สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ว่าแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลวอชิงตันเปิดเผยกับสื่อหลายแห่ง ว่านายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ และพล.อ.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม แสดงความกังวลต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยตรง เกี่ยวกับปริมาณคลังอาวุธของสหรัฐ ระหว่างการประชุมที่ทำเนียบขาว
แหล่งข่าวกล่าวว่า สหรัฐระงับปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังเปิดฉากโจมตีต่อเนื่องเกือบสองสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่า ความกังวลเกี่ยวกับคลังอาวุธเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สหรัฐชะลอการโจมตี หรือจะมีการระงับปฏิบัติการต่อไปอีกนานแค่ไหน
“President Trump has always been consistent in saying he prefers a diplomatic solution, but he continues to retain all options if Iran continues terrorist activities in the Straight of Hormuz or against allies,” White House Communications Director Steven Cheung said in a…
— Zachary Cohen (@ZcohenCNN) July 26, 2026
ขณะที่ทรัมป์ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า ต้องการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีทางการทูต แต่ยังคงเปิดทางเลือกทุกแนวทาง รวมถึงมาตรการทางทหาร หากอิหร่านยังดำเนินกิจกรรมที่สหรัฐมองว่า เป็นการก่อการร้ายในช่องแคบฮอร์มุซ หรือคุกคามประเทศพันธมิตร
อย่างไรก็ตาม รายงานเน้นย้ำว่า คลังอาวุธสำคัญของสหรัฐที่ลดลงอย่างมาก ทำให้รัฐบาลอาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น หากปฏิบัติการโจมตีอิหร่านยังดำเนินต่อไป ด้านหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซียเรียกร้องให้รัฐบาลวอชิงตันใช้ความอดกลั้น แม้ยอมรับว่า สหรัฐมีศักยภาพทางทหารเพียงพอ หากเลือกขยายความขัดแย้ง
นอกจากนี้ แหล่งข่าวหลายคนระบุว่า บุคคลใกล้ชิดทรัมป์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงกลาโหมจำนวนมาก ไม่เชื่อว่า การยกระดับปฏิบัติการทางทหารจะบรรลุผลตามที่ผู้นำสหรัฐต้องการ และก่อนสงครามปะทุ พล.อ.อ.เคน และผู้บัญชาการทหารหลายคน เคยเตือนทรัมป์แล้วว่า หากสงครามยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบต่อคลังอาวุธของสหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



