จากกรณีสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า มิกา ซาโล อดีตนักแข่งรถสูตรหนึ่ง ชาวฟินแลนด์ ถูกทำร้ายด้วยของมีคมบริเวณขา ซึ่งคาดว่าเกิดจากการโจมตีแบบสุ่ม ระหว่างเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย ในบริเวณพื้นที่สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 69 จนเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนทั่วโลกนั้น

วันนี้ ข่าวกีฬาเดลินิวส์ จะพาไปทำความรู้จักเขาสักนิดว่าเป็นใคร และทำไมจึงได้ชื่อว่าเป็นตำนานสุภาพบุรุษแห่งเอฟวัน
มิกา ซาโล เป็นอดีตนักแข่งรถสูตรหนึ่งชาวฟินแลนด์ เกิดที่กรุงเฮลซิงกิ เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 1966 ปัจจุบันอายุ 59 ปี สมรสกับ โนริโกะ เอนโด ภรรยา เมื่อปี 1999 และมีบุตรด้วยกัน 2 คน
เขาลงแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันในช่วงปี 1994 ถึง 2002 กับหลายทีม และเคยได้แชมป์การแข่งขันรถยนต์หลายรายการ รวมถึงรายการใหญ่อย่าง อเมริกัน เลอ มังส์ ซีรีส์ เมื่อปี 2007
———————-
ชัยชนะที่ต้องเสียสละเพื่อทีม
ช่วงเวลาที่สะท้อนตัวตนของ ซาโล ได้ดีที่สุด น่าจะเป็นตอนปี 1999 เมื่อเขาส้มหล่น ได้รับโอกาสทองในการขับให้ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง “ม้าลำพอง” เฟอร์รารี แทนที่ของ ไมเคิล ชูมัคเกอร์ สุดยอดนักขับเยอรมัน ที่ขาหัก
ในการแข่งขันรายการเยอรมัน กรังด์ปรีซ์ ที่ฮอคเคนไฮม์ ปีนั้น ซาโล โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่รอบทดสอบ, รอบจัดอันดับออกสตาร์ต และวันแข่งขันจริง ซึ่งเขานำมาตลอด และมีโอกาสจะเข้าป้าย คว้าแชมป์รถสูตรหนึ่งรายการแรกในชีวิต

แต่สำหรับ เฟอร์รารี เป้าหมายของทีมต้องมาก่อนเสมอ และ ซาโล ถูก Team Orders หรือคำสั่งจากทีมให้หลีกทางให้ เอดดี เออร์ไวน์ เพื่อนร่วมทีม เข้าเส้นชัยก่อน เพราะ เออร์ไวน์ กำลังลุ้นแชมป์โลก
ซาโล จึงต้องเหยียบเบรก และยอมละทิ้งความฝัน ที่รอตรงหน้า เพื่อทีม และหลังจบการแข่งขันวันนั้น เออร์ไวน์ ได้มอบถ้วยแชมป์ให้ ซาโล เพื่อแสดงความขอบคุณ และยกย่องในความเสียสละของเขา
———————-
การเริ่มต้นที่สุดบ้าบิ่น
ย้อนกลับไปในปี 1994 จุดเริ่มต้นในรถสูตรหนึ่งของ ซาโล เต็มไปด้วยความท้าทาย ที่ยากจะหาใครเลียนแบบ เมื่อเขาถูกเรียกตัวให้เข้าร่วมทีมโลตัส ในช่วงปลายฤดูกาลนั้น โดยมีเวลาเตรียมตัวเพียง 6 วัน
และที่น่าเหลือเชื่อก็คือตอนนั้น ซาโล ยังไม่เคยนั่งในที่นั่งคบขับของรถเอฟวันมาก่อนเลยในชีวิต แต่ด้วยทักษะ และความมั่นใจ ทำให้เขาตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล

ทำให้เขาได้ประเดิมลงแข่งขันในฟอร์มูล่าวันครั้งแรก ในรายการเจแปนิส กรังด์ปรีซ์
“ผมได้รับแจ้งก่อนแข่งแค่ 6 วัน พวกเขาถามว่าผมขับได้ไหมโดยไม่มีการทดสอบรถเลย ผมไม่เคยขับรถเอฟวันมาก่อน แต่นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการมาตลอด ผมจึงตอบตกลง”
“สองคืนต่อมาผมนอนยิ้มอยู่บนเตียงด้วยความดีใจที่ความฝันกลายเป็นจริง”
———————-
ปาฏิหาริย์ที่โมนาโก
การแข่งขันโมนาโก กรังด์ปรีซ์ เมื่อปี 1997 มีฝนตกลงมาอย่างหนัก และสนามนี้ ขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าท้าทาย และยากอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการแซง ที่แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะความแคบของเลน

ฝนตกทำให้แต่ละคันทำความเร็วได้ไม่มากนัก การใช้เชื้อเพลิงจึงน้อยตามไปด้วย และเพราะการแข่งขันถูกตัดให้สั้นลงตามเวลา ทำให้ ซาโล ภายใต้ต้นสังกัดทีมไทร์เรลล์ ตัดสินใจใช้กลยุทธ์เสี่ยงตายด้วยการขับจนจบโดยไม่หยุดเติมน้ำมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว!
ความนิ่งและการบริหารรถที่ยอดเยี่ยม ทำให้เขารักษาอันดับที่ 5 ไว้ได้ โดยเอาชนะ จานคาร์โล ฟิชิเชลลา ของอิตาลี ที่ขับเร็วกว่าเขามาก นี่จึงนับเป็นหนึ่งในแทคติกที่ทั้งน่าเหลือเชื่อ และน่าประทับใจที่สุดในอาชีพของ ซาโล
———————-
ความรุ่งโรจน์ และความจริงอันโหดร้ายกับโตโยต้า
เมื่อ โตโยต้า ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น เปิดตัวทีมแข่งเอฟวัน ในปี 2002 ซาโล คือผู้ถูกเลือกให้เป็นกุญแจสำคัญ และเขาก็สร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการคว้าแต้มแรกให้กับทีมได้ทันที ในการแข่งขันเปิดฤดูกาลที่ ที่ออสเตรเลีย เมื่อเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 6

แต่ชีวิตในเอฟวันนั้นโหดร้าย แม้เขาจะเป็นผู้เก็บแต้มประวัติศาสตร์ให้ทีม แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับโตโยต้า กลับไม่สู้ดีนัก
ช่วงท้ายฤดูกาล ซาโล ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากทางทีมเรื่องผลการแข่งขันที่ไม่เข้าเป้า และถูกให้ออกจากทีมในที่สุด เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าในวงการมอเตอร์สปอร์ต ความสำเร็จในอดีตไม่ได้การันตีอนาคตได้เสมอไป
———————-
ชีวิตหลังฟอร์มูล่าวัน
แม้เส้นทางในรถสูตรหนึ่งจะสิ้นสุดลง แต่จิตวิญญาณนักแข่งของ ซาโล ยังเต็มเปี่ยม และเขาก็ยังลงแข่งขันในวงการแข่งรถระดับโลกอยู่เสมอ พร้อมกับก้าวข้ามไปสู่ความท้าทายใหม่ที่เสี่ยงกว่าเดิม
เขาประสบความสำเร็จมากมายหลังจากเลิกขับเอฟวัน อาทิ
- แชมป์รายการ American Le Mans Series (ALMS) รุ่น GT2 ในปี 2007
- แชมป์การแข่งขัน 24 Hours of Le Mans รุ่น GT2 ถึง 2 สมัยซ้อน (ปี 2008 และ 2009)
- แชมป์รายการ Bathurst 12 Hour ในปี 2014 ร่วมกับตำนานนักแข่งชาวออสเตรเลีย
ยิ่งกว่านั้น ซาโล ยังเคยเข้าร่วมท้าทายตัวเองในรายการ “Driven to Extremes” ทางช่อง Discovery ด้วย
รายการนี้ เขาต้องเผชิญอุณหภูมิลดต่ำถึง -50 องศาเซลเซียส ในรัสเซีย ร่วมกับ ทอม ฮาร์ดี ดาราชื่อดัง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องตะลุยป่าในมาเลเซีย ร่วมกับ อาเดรียน โบรดี ดาราระดับออสการ์อีกคน

นับเป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสัน และการต่อสู้ของผู้ชายชื่อ มิกา ซาโล



