เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ความคืบหน้ากรณีการตายปริศนาของ “พลายกอแก้ว” หรือ “ไอ้มั่ว” ช้างป่าเพศผู้อายุ 30 ปี ที่ถูกพบเป็นซากอยู่ริมสระน้ำสวนผลไม้ ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี ล่าสุด ทีมสัตวแพทย์ สบอ.2 (ศรีราชา) ได้เปิดผลชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์หลังการผ่าพิสูจน์ซากอย่างละเอียด พบรอยไหม้และเนื้อตายบริเวณหน้าผากและปลายงวง ซึ่งเกิดจากกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตจนเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3-4 วัน โดยคาดว่าช้างอาจพลาดไปสัมผัสกับสายไฟฟ้าหรือแนวลวดขึงกั้นที่ชาวบ้านนำมาติดตั้งไว้ในพื้นที่

นอกเหนือจากสาเหตุการตายจากไฟฟ้าดูด ทีมสัตวแพทย์ยังตรวจพบหัวกระสุนปืนลูกซองจำนวน 3 หัว ฝังอยู่บริเวณชั้นผิวหนังทั่วตัวช้าง แม้บาดแผลดังกล่าวจะไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้ถึงแก่ความตาย แต่ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความโหดร้ายของความขัดแย้งระหว่าง “คนกับช้าง” ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในพื้นที่ทำกิน

นายชวินทฐ์ ปิ่นแก้ว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ เปิดเผยว่า หลังจากเก็บกู้ซากช้างและถอดงาทั้งสองข้างเพื่อเก็บรักษาตามระเบียบกรมอุทยานฯ แล้ว ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝังกลบซากตามหลักวิชาการเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค พร้อมเร่งประสานตำรวจและฝ่ายปกครองเข้าปูพรมตรวจสอบจุดเกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อหาวัตถุพยานเชื่อมโยงเอาผิดผู้ที่ขึงลวดไฟฟ้าและมือปืนอำมหิตรายนี้มาดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด

เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นเครื่องเตือนใจถึงวิกฤติความขัดแย้งคนรุกที่ช้าง-ช้างรุกที่คนในพื้นที่จันทบุรี ที่ปัจจุบันไม่ได้มีเพียงแค่การผลักดัน แต่กลับกลายเป็นสมรภูมิที่มีการใช้อาวุธและแนวลวดไฟฟ้าเข้ามาตัดสินชะตาชีวิตสัตว์ป่า ท่ามกลางความกดดันของชาวสวนที่ทำกินต้องเผชิญกับช้างป่าที่บุกทำลายพืชผล ซึ่งหากภาครัฐยังไม่มีมาตรการจัดการปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยั่งยืน โศกนาฏกรรมของสัตว์ป่าที่ต้องสังเวยชีวิตด้วยน้ำมือมนุษย์เช่นนี้ อาจเกิดขึ้นซ้ำรอยอย่างไม่รู้จบ