จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร วิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์พันธกิจเพื่อสังคม ร่วมกับ เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะวิจัยและพัฒนาทางด้านอาหารและเครื่องดื่มของบุคลากรจุฬาฯ ในระบบนิเวศของอุตสาหกรรมอาหารจริง และประยุกต์ใช้สิ่งที่ได้เห็นจากอุตสาหกรรมจริงมาเป็นข้อมูลในการเรียนการสอน และพัฒนางานวิจัยทางด้านอุตสาหกรรมอาหารที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศไทยให้เติบโตสู่ระดับภูมิภาคได้ต่อไป

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการจัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ณ เรือนจุฬานฤมิต โดยมี ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวแสดงความยินดี ศ.ดร.วิเลิศภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวต้อนรับ และ นายวิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวแสดงเจตนารมณ์ของเนสท์เล่ในการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมและกล่าวขอบคุณจุฬาฯ คุณฟริดา วาเคียวรุ โมชิน่า ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคล เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ของการพัฒนานิสิตในการทำความร่วมมือทางวิชาการระหว่างเนสท์เล่และจุฬาฯ คุณอาลีน มอร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ ประเทศสิงคโปร์ แนะนำศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ รศ.ดร.สุกัญญา สมไพบูลย์ รองอธิการบดีจุฬาฯ กล่าวขอบคุณและเน้นย้ำทิศทางความร่วมมือด้านการพัฒนานิสิตสู่ระดับนานาชาติ

จากนั้นเป็นพิธีลงนามความร่วมมือบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด โดย ศ.ดร.วิเลิศภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายวิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า ต่อด้วยพิธีมอบทุนการฝึกงานทางด้านการวิจัยและพัฒนาแก่ นายรัชพงษ์ จตุพงษ์ไพโรจน์ และ น.ส.จันทร์เจ้า จรชื่น นิสิตภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ปิดท้ายด้วยการนำเสนอผลการจัดกิจกรรมแรกของความร่วมมือในการจัดการแข่งขัน Hackathon เรื่อง Food Security ซึ่งสนับสนุนโดยบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด

ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวแสดงความยินดีในความร่วมมือครั้งนี้และกล่าวถึงสถาบันอุดมศึกษาในปัจจุบันว่าวิทยาศาสตร์อาหารและโภชนาการ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อโลกยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะประเด็น ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ซึ่งเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน ความร่วมมือกับเนสท์เล่ในฐานะองค์กรชั้นนำระดับโลกด้านอาหารและโภชนาการ จึงเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการเรียนการสอนและการพัฒนาทักษะของนิสิต ผ่านแนวคิด Experiential Learning หรือการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
จุฬาฯ มุ่งขับเคลื่อนแนวทาง Student-Centered University ที่ให้นิสิตเป็นศูนย์กลาง พร้อมสร้างโอกาสให้นิสิต คณาจารย์ และบุคลากรได้เรียนรู้จากภาคธุรกิจจริง ผ่านการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น การศึกษาดูงาน และโอกาสฝึกงานกับเครือข่ายของเนสท์เล่ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก อีกประเด็นสำคัญคือการส่งเสริมองค์ความรู้ด้าน Sustainability หรือความยั่งยืน ซึ่งกำลังกลายเป็นทักษะจำเป็นของทุกสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ พาณิชยศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์ โดยความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเตรียมความพร้อมนิสิตให้สามารถตอบโจทย์โลกอนาคต และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้อย่างยั่งยืน ความมั่นคงทางอาหารไม่ใช่เพียงเรื่องอาหาร แต่คืออนาคตของประเทศ จุฬาฯ เดินหน้ายกระดับการเรียนรู้ด้านอาหารและโภชนาการ ผ่านความร่วมมือกับเนสท์เล่ เพื่อเชื่อมองค์ความรู้จากห้องเรียนสู่การปฏิบัติจริง พร้อมเตรียมนิสิตรับโจทย์โลกอนาคตด้านความยั่งยืนและความมั่นคงทางอาหารอย่างเป็นรูปธรรม

ศ.ดร. วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า อาหารแห่งอนาคต ต้องไม่เพียงแต่ความอร่อยอย่างเดียว แต่ต้องสร้างสุขภาพ คุณภาพชีวิต และความยั่งยืนให้สังคม คือโจทย์สำคัญที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหารและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ผ่านความร่วมมือกับเนสท์เล่ในฐานะบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านอาหารและโภชนาการ เพื่อร่วมพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอาหารที่ตอบโจทย์การมีสุขภาวะที่ดีของประชาชนไทยในระยะยาว จุฬาฯ มองว่าอาหารในโลกยุคใหม่ไม่ควรเป็นเพียงเรื่องของความอร่อย หากแต่ต้องเป็นอาหารที่ส่งเสริมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมและประเทศ โดยเฉพาะในบริบทที่ความมั่นคงทางอาหารกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญระดับโลก ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการของมหาวิทยาลัยมาผสานกับประสบการณ์จริงจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันพัฒนารูปแบบอาหารและนวัตกรรมใหม่ที่ตอบสนองต่อความต้องการของสังคมในอนาคต ขณะเดียวกัน จุฬาฯ ยังมุ่งยกระดับการเรียนรู้ของนิสิตจากห้องเรียน สู่โลกแห่งการปฏิบัติจริง ผ่านการเปิดโอกาสให้นิสิตจากหลากหลายสาขา ทั้งด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์อาหาร ธุรกิจ และเศรษฐศาสตร์ ได้เรียนรู้จากโจทย์จริงของอุตสาหกรรมและร่วมพัฒนานวัตกรรมร่วมกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรที่มีทั้งองค์ความรู้และทักษะแห่งอนาคต พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจอาหารของประเทศอย่างยั่งยืน เพราะอาหารในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของปากท้องหรือคุณภาพชีวิตเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจและอนาคตของประเทศไทยอีกด้วย

นายวิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวว่า เนสท์เล่และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความร่วมมือที่ดีร่วมกันมาอย่างยาวนาน ทั้งในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และการสนับสนุนศักยภาพของคนรุ่นใหม่ ในปีนี้เนสท์เล่ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สานต่อและยกระดับความร่วมมือดังกล่าว ผ่านการ ลงนามความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน สอดคล้องกับปณิธานในการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม (Creating Shared Value) ของเนสท์เล่ ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมให้กับทั้งธุรกิจ ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเนสท์เล่ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนผ่านการสนับสนุนการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทย ภายใต้โครงการ Nestlé Needs YOUTH เพื่อร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับประเทศไทยในระยะยาว

ความร่วมมือฉบับนี้มีระยะเวลา 3 ปี ครอบคลุมการดำเนินงานใน 3 ประเด็น ได้แก่
1. แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ พร้อมทั้งจัดการฝึกอบรม สัมมนาทดสอบ ตรวจสอบ และให้คำปรึกษา และศึกษาดูงานด้านผลิตภัณฑ์อาหารและบรรจุภัณฑ์
2. ส่งเสริมให้นิสิตมีความรู้และเข้าใจในระบบการทำงานจริงของภาคอุตสาหกรรมอาหาร
3. พัฒนาหลักสูตรระยะสั้นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของบุคลากร นิสิต และประชาชน ตลอดจนสนับสนุนการวิจัย และการดำเนินกิจกรรมพันธกิจเพื่อสังคมร่วมกัน

ในปี 2569 นี้ นับเป็นปีที่ 3 ที่เนสท์เล่มอบทุนฝึกงาน ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ที่ประเทศสิงคโปร์ ให้แก่นิสิตจากภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ จำนวน 2 คน เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตด้านเทคโนโลยีทางอาหารได้สัมผัสประสบการณ์ทำงานจริงกับทีมเนสท์เล่ระดับนานาชาติ เพื่อคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่ทั้งมีรสชาติอร่อย และมีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในทุกช่วงวัย

ทั้งนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมมือกับเนสท์เล่ มาเป็นระยะยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมบุคลากรด้านเทคโนโลยีทางอาหาร โดยเนสท์เล่ได้ให้การสนับสนุนแก่นิสิตจุฬาฯ ปีละประมาณ 1,000 คน ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการให้ความรู้ การแนะแนว การฝึกงาน และการพัฒนาโครงการพิเศษ เปิดโอกาสแก่กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้มีความก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพและวงการวิทยาศาสตร์อาหารอย่างเป็นรูปธรรม



