นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,522 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,985 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,983 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1 ข้อความ และช่องทาง Facebook 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 24 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 13 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่

อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ เตือน 7 จังหวัดท้ายเขื่อนเตรียมรับผลกระทบ
อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ทุกชนิด ผ่านบัญชีติ๊กต็อก user822750999312
อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ก.ศึกษา แก้ปัญหาเด็กสมาธิสั้นด้วยการให้ดูคลิปวีดีโอสั้นภายใน 2 นาที
อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ก.ล.ต. มอบหมายให้ไลน์ไอดี @500lbaov เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในธุรกรรมซื้อขายหุ้น
อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน แม่ทัพภาคที่ 2 นำกำลังบุกป่าตัดถนน เพื่อชิงปักธงนารายณ์พันปี ก่อนกัมพูชาจะอ้างสิทธิ์
อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง อ่างเก็บน้ำแหง 32 ล้าน จ.น่าน ผ่านการตรวจสอบ แต่พังเสียหาย
อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ไทยประกาศพร้อมรบกับกัมพูชา

สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ เตือน 7 จังหวัดท้ายเขื่อนเตรียมรับผลกระทบ” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมประชาสัมพันธ์ ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” ซึ่งสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา หลังมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบน ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น โดยคาดว่าอาจมีการเพิ่มการระบายน้ำอยู่ในช่วง 500–700 ลบ.ม./วินาที
ทั้งนี้พื้นที่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาท้ายเขื่อนใน 7 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี อาจมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 1.00–1.50 เมตร แต่ยังต่ำกว่าระดับตลิ่ง ดังนั้นขอให้ประชาชน ผู้ประกอบการริมน้ำ แพร้านอาหาร พื้นที่ก่อสร้างริมตลิ่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมรับสถานการณ์ หากมีการระบายน้ำเกิน 700 ลบ.ม./วินาที โดยจะมีการแจ้งเตือนเพิ่มเติมจากหน่วยงานราชการต่อไป
อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด



