ศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียน ประเทศจีน – เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา ประเทศจีนได้สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญในโครงการสำรวจอวกาศอีกครั้ง ด้วยการส่งยานอวกาศพร้อมนักบิน เสินโจว-23 (Shenzhou-23) ขึ้นสู่ห้วงอวกาศได้สำเร็จ โดยถูกทะยานขึ้นฟ้าด้วยจรวดขนส่ง Long March-2F ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมในพิธีส่งตัวอย่างเป็นทางการเพื่อส่งกำลังใจให้แก่นักบินอวกาศทั้ง 3 คน

สำหรับภารกิจเสินโจว-23 ในครั้งนี้ ประกอบด้วยทีมนักบินอวกาศ 3 คน ได้แก่ จู หยางจู่ ผู้บัญชาการภารกิจ, จาง จื้อหยวน และ ไล กาอิง ซึ่งการเดินทางครั้งนี้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในฐานะนักบินอวกาศคนแรกที่มาจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง

ทางด้านองค์การอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมแห่งประเทศจีน หรือ CMSA (China Manned Space Agency) เปิดเผยว่า หลังจากตัวยานถูกปล่อยตามกำหนดการ ยานเสินโจว-23 ได้แยกตัวออกจากจรวดขนส่งได้อย่างราบรื่นภายในเวลาประมาณ 10 นาที และเข้าสู่วงโคจรตามแผนที่วางไว้ โดยรายงานระบุว่านักบินอวกาศทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงดี

ในส่วนของกระบวนการเดินทาง ยานเสินโจว-23 ได้ใช้ระบบเชื่อมต่ออัตโนมัติความเร็วสูงเพื่อเข้าจอดเทียบกับพอร์ตโมดูลหลัก “เทียนเหอ” โดยใช้เวลาเพียงประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งหลังจากการปล่อยยาน ส่งผลให้ปัจจุบันโครงสร้างของสถานีอวกาศจีนจะประกอบไปด้วย 3 โมดูล และมีตัวยานอวกาศอีก 3 ลำที่ปฏิบัติงานร่วมกันในเวลานี้

ทีมนักบินอวกาศชุดใหม่นี้จะเข้าสลับสับเปลี่ยนและรับส่งมอบภารกิจต่อจากทีมนักบินอวกาศชุดเดิมของภารกิจเสินโจว-21 เพื่อเริ่มปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มรูปแบบ ไฮไลต์สำคัญของภารกิจนี้คือ จะมีนักบินอวกาศ 1 คนที่ต้องปฏิบัติหน้าที่และอยู่ในวงโคจรนานถึง 1 ปีเต็ม ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่นานกว่าภารกิจเสินโจวในอดีตที่ผ่านมาถึง 2 เท่า

ตลอดระยะเวลาการประจำการ นักบินอวกาศทั้ง 3 คนจะร่วมกันทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ในหลากหลายสาขา เช่น ชีววิทยาอวกาศ, สรีรวิทยาฟิสิกส์ในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ รวมถึงเทคโนโลยีอวกาศสมัยใหม่ พร้อมทั้งทำภารกิจเดินในอวกาศ (Space Walk) เพื่อติดตั้ง ทดสอบ บำรุงรักษา และซ่อมแซมอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกสถานีอวกาศ

ทั้งนี้ ภารกิจเสินโจว-23 ถือเป็นเที่ยวบินครั้งที่ 40 ของโครงการอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมของประเทศจีน และนับเป็นภารกิจส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศครั้งที่ 7 นับตั้งแต่สถานีอวกาศเทียนกง (Tiangong Space Station) ได้เข้าสู่ระยะการใช้งานและการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบมาตั้งแต่ปี 2022

เครดิต China Media Group (CMG)