เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2569 เติบโตแข็งแกร่งทั้งในตลาดโลกและประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ยอดจองในตลาดยุโรปพุ่งทะลุ 107% ขณะที่ตลาดไทยสร้างปรากฏการณ์ยอดจองมอเตอร์โชว์โตกว่า 140% ทุบสถิติสูงสุดในรอบ 7 ปี พร้อมเดินหน้ายุทธศาสตร์ระบบขับเคลื่อนหลากหลายและขยายโครงสร้างพื้นฐานรองรับยานยนต์ไฟฟ้าเต็มสูบ
นายคริสเตียน เชลล์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยภาพรวมการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 ว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ และรถแวน มียอดขายรวมทั่วโลกอยู่ที่ 499,700 คัน โดยภาพรวมทั่วโลก ไม่รวมประเทศจีน เติบโตขึ้น 5% ซึ่งมีตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

ทั้งนี้ กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ทั่วโลกมีการเติบโตในระดับสองหลัก (Double-Digit) หรือเพิ่มขึ้น 11% ขณะที่กลุ่มรถแวนเติบโตถึง 29% โดยเฉพาะในตลาดยุโรป ยอดจองรถยนต์ BEV พุ่งสูงขึ้นถึง 107% ซึ่งเป็นผลตอบรับจากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่อย่าง The all-new electric CLA, GLC และ GLB ขณะเดียวกัน เซกเมนต์รถยนต์หรูระดับบนหรือ Top-End Luxury (TEV+) ยังคงเติบโตต่อเนื่อง มีสัดส่วนยอดขายคิดเป็น 14.7% ของยอดขายรวมทั่วโลก
“ในช่วงปี 2568–2570 เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่รวมกว่า 40 รุ่น ในไตรมาสแรกได้เปิดตัวแบบ World Premiere ไปแล้วหลายรุ่น อาทิ The new S-Class, VLE, Mercedes-Maybach S-Class, GLE, GLS และ The all-new electric C-Class” มร. คริสเตียน เชลล์ กล่าว

นอกจากนี้ ในโอกาสเฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ แบรนด์ได้จัดแคมเปญระดับโลก “140 Years. 140 Places.” โดยนำขบวนคาราวาน The new S-Class เดินทางข้าม 6 ทวีปทั่วโลก ซึ่งได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยในวันนี้เช่นกัน
สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ มียอดจดทะเบียนในไตรมาสแรกของปี 2569 อยู่ที่ 1,949 คัน และมียอดจำหน่ายรวม 1,304 อย่างไรก็ตาม ในงาน Motor Show 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ยอดจองก้าวกระโดดกว่า 140% โดยยอดจองเพิ่มขึ้นจาก 870 คันในปีก่อนหน้า เป็น 2,111 คัน ทุบสถิติยอดจองสูงสุดในรอบ 7 ปี และทะลุหลัก 2,000 คันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2562

เมื่อจำแนกตามเซกเมนต์ ยอดขายกลุ่ม Top-End Luxury ในไทยเติบโตเพิ่มขึ้น 8% จากกระแสตอบรับของรุ่น G-Class, AMG CLE 53 และ EQS SUV โดยแบรนด์หรูระดับอัลตราลักชัวรีอย่าง Mercedes-Maybach เติบโตขึ้นถึง 23.5% และแบรนด์รถยนต์สมรรถนะสูง Mercedes-AMG เติบโตขึ้น 9.8% ซึ่งบริษัทฯ ได้ยกระดับความสะดวกสบายโดยเปิดให้ลูกค้า AMG สามารถเข้ารับบริการได้ที่ตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการฯ ทุกสาขาทั่วประเทศแล้ว
สำหรับกลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ยังคงเป็นจุดแข็งหลัก มียอดขายเติบโตขึ้น 22.5% นำโดยรุ่นยอดนิยมอย่าง E-Class, C-Class และ GLC สะท้อนว่าเทคโนโลยี PHEV ยังตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าลักชัวรีชาวไทยได้เป็นอย่างดี ส่วนกลุ่ม BEV มีรุ่นเด่นคือ EQS SUV ที่ยอดขายเติบโตถึง 175% ขณะที่กลุ่มรถแวนเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยรุ่น V-Class เติบโต 43.5% และ Sprinter เติบโตถึง 117.6% ซึ่งบริษัทมีแผนเปิดตัว The all-new electric VLE และรถแวนรุ่นใหม่เพิ่มเติมในระยะอันใกล้นี้

นอกจากนี้ เพื่อฉลองความสำเร็จในการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-มายบัค ครบทั้ง 10 แห่งอย่างเป็นทางการ บริษัทได้เปิดโอกาสให้ลูกค้าชาวไทยเป็นเจ้าของ The new Mercedes-Maybach S-Class โดยมีรุ่นไฮไลต์คือ Mercedes-Maybach S 580 e Night Series วางจำหน่ายในราคา 14,000,000 บาท ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียง 16 คันในประเทศไทย
ความสำเร็จของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ว่า The all-new electric CLA สามารถสร้างปรากฏการณ์ยอดจองทะลุ 2,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือนนับตั้งแต่เปิดตัว ซึ่งเป็นผลจากการทำการตลาดเชิงรุก ทั้งแคมเปญ “CLA Around Thailand” นำรถวิ่งทดสอบทางไกลทั่วประเทศรวมระยะทางกว่า 6,000 กิโลเมตร เพื่อพิสูจน์สมรรถนะและความเสถียร รวมถึงการจัดกิจกรรมใจกลางเมืองอย่าง Facade Lighting Display ณ เซ็นทรัล ชิดลม และการจัดงานจำหน่ายรถยนต์ที่โครงการ วัน แบงค็อก และ MBCC บางนา ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้เริ่มทยอยส่งมอบให้ลูกค้ากลุ่มแรกไปแล้วเมื่อสิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา

เมื่อประเมินถึงสถานการณ์ปัจจุบันของอุตสาหกรรมยานยนต์ กรณีวิกฤตราคาน้ำมัน ที่เกิดขึ้น เป็นปัจจัยเร่งชั่วคราวที่ทำให้ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้ผู้บริโภคเปิดใจยอมรับเทคโนโลยี BEV มากขึ้น เรายังคงยึดมั่นในกลยุทธ์การนำเสนอระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่าง
โดยวางตำแหน่งให้รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบในระยะเปลี่ยนผ่าน ด้วยระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าที่มากกว่า 100 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ซึ่งรุ่น C-Class, E-Class และ GLC ยังคงมียอดขายที่ดีต่อเนื่อง โดยมีแคมเปญส่งเสริมการขายเชิงรุกสนับสนุน อาทิ ข้อเสนออัตราเงินดาวน์ อัตราผ่อนชำระ และการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูงนาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เพื่อนำเสนอในรูปแบบ Mobility Solutions ที่ครบวงจร



