ยังเป็นที่จับตาความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง หลังชาวบ้านและคนงานท้องถิ่นในแขวงไซสมบูน สปป.ลาว รวม 7 ชีวิต ต้องติดอยู่ภายในถ้ำเหมืองทองคำ ท่ามกลางระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นและดินสไลด์ปิดทางเข้าออกตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา จนเมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 พ.ค. ได้พบแล้ว 5 ราย และยังคงเร่งค้นหาอีก 2 รายที่เหลือ
-เทียบกันชัดๆ ถ้ำหลวงไทยVSถ้ำลาวไซสมบูน ความเหมือนแต่ยากที่ต่างกัน
แต่ท่ามกลางความสนใจจากพี่น้องชาวไทยที่เทใจแห่ช่วยพร้อมลุ้นให้ความช่วยเหลือไปถึงอย่างทันท่วงที แต่เหตุใดทำไมสปอตไลต์ของโลกจึงส่องแสงไปยัง “ถ้ำไซสมบูน” ไม่เท่ากันกับการทำภารกิจที่ประเทศไทย อย่างการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีและโค้ชที่ “ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน” ที่กลายเป็นข่าวดังระดับโลก

ทำไม “ถ้ำไซสมบูน” ถึงไม่โด่งดังจนนานาชาติแห่มาช่วยเหมือน “ถ้ำหลวง”?
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ปฏิบัติการที่แขวงไซสมบูน สปป.ลาว ไม่ได้รับความสนใจระดับโลกและไม่มีหน่วยงานรัฐจากนานาประเทศเดินทางมาสนับสนุน มีอยู่ 3 ปัจจัยหลัก
1.ข้อจำกัดเชิงภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคงระดับชาติ
แขวงไซสมบูน โดยเฉพาะบริเวณ “ล่องแจ้ง” เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มีความอ่อนไหวสูงมากทางการทหาร ในอดีตเคยเป็นฐานทัพลับของกองทัพสหรัฐ (CIA) ในช่วงสงครามลับ และเป็นพื้นที่ปิดที่รัฐบาลคอมมิวนิสต์ สปป.ลาว จำกัดการเข้าออกของชาวต่างชาติอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด การจะเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานราชการหรือกองทัพจากชาติตะวันตก เข้ามาในพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ที่อ่อนไหวเช่นนี้ จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมากภายใต้การตัดสินใจของรัฐบาลเวียงจันทน์
2.นโยบายควบคุมข้อมูลและการสื่อสารที่โปร่งใสต่างกัน
-กรณีของไทย
รัฐบาลไทยและกองทัพเปิดกว้างให้สื่อมวลชนเสรีจากทั่วโลกกว่าพันชีวิตตั้งสถานีรายงานสดนาทีต่อนาที ส่งผลให้เกิดกระแสความสนใจและการกดดันทางสังคม จนผู้นำระดับโลกและผู้เชี่ยวชาญต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
-กรณีของลาว
สปป.ลาว ปกครองด้วยระบบพรรคเดียว ข้อมูลข่าวสารทั้งหมดต้องผ่านการคัดกรองจากภาครัฐ สื่อหลักของรัฐบาลรายงานข่าวอย่างระมัดระวังและจำกัดขอบเขต ข้อมูลส่วนใหญ่จึงเล็ดลอดออกมาเพียงจากหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวของทีมกู้ภัยอาสาสมัครเท่านั้น ทำให้ความเคลื่อนไหวไม่ตกอยู่ในความสนใจของสาธารณชนโลก
3.ภาพลักษณ์ผู้ประสบภัย
-ถ้ำหลวง
ผู้ติดถ้ำคือ “เด็กชายและเยาวชนกลุ่มหนึ่งที่เป็นทีมฟุตบอล” และเข้าไปท่องเที่ยวตามประสาเด็ก ซึ่งเป็นความไร้เดียงสา ที่กระตุ้นสัญชาตญาณความต้องการปกป้องของคนทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
-ถ้ำไซสมบูน
ผู้ติดถ้ำคือ “กลุ่มผู้ใหญ่ที่เป็นชาวบ้านและคนงาน” ที่เดินทางเข้าไปจับสัตว์ป่า (ค้างคาว) และลักลอบขุดหาแร่ทองคำในพื้นที่เหมืองร้าง ซึ่งทางการเคยมีการประกาศเตือนเรื่องความปลอดภัยอยู่เสมอ อารมณ์ร่วมและการระดมความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมระดับรัฐจึงไม่รวดเร็วเท่ากลุ่มผู้ติดถ้ำที่เป็นเยาวชน

ระดับความร่วมมือจากนานาชาติ
-ถ้ำหลวง (ไทย)
ได้รับความช่วยเหลืออย่างกว้างขวางระดับรัฐบาลสู่รัฐบาล มีหน่วยงานทหาร ผู้เชี่ยวชาญ และอุปกรณ์ล้ำสมัยจากกว่า 20 ประเทศทั่วโลกร่วมปฏิบัติการ
-ถ้ำไซสมบูน (ลาว)
เป็นความร่วมมือเฉพาะกิจระดับอาสาสมัครภาคประชาชนและองค์กรกู้ภัยเอกชนเป็นหลัก (สปป.ลาว, ไทย และฟินแลนด์)



ใครกำลังช่วยเหลือบ้างในตอนนี้?
แม้จะไม่ใช่ภารกิจระดับรัฐบาลโลก แต่ปัจจุบันมีการผนึกกำลังจากผู้เชี่ยวชาญกู้ภัย 3 ประเทศหลัก ที่ใช้ความร่วมมือภาคประชาชนและเอกชน
1.สปป.ลาว (เจ้าภาพหลัก)
นำโดยกลุ่มอาสาสมัครกู้ภัย “Laos Rescue Volunteer for People” ทำงานร่วมกับทหาร ตำรวจ และทีมแพทย์ท้องถิ่น ท่ามกลางอุปสรรคเรื่องงบประมาณและอุปกรณ์เฉพาะทางที่ค่อนข้างจำกัด
2.ประเทศไทย (กำลังพลและอุปกรณ์หลัก)
เป็นประเทศแรกและประเทศเดียวที่ส่งกำลังสนับสนุนหลักเข้าไปทันทีหลังจากได้รับการประสานงานช่วยเหลือ โดยมีกลุ่มกู้ภัยเอกชน เช่น มูลนิธิเมตตาธรรมกาฬสินธุ์ และ มูลนิธิสายธารสะพานบุญ นำทีมงานและนักดำน้ำกู้ภัยพร้อมอุปกรณ์ที่เคยถอดบทเรียนจากถ้ำหลวง เช่น เครื่องสูบน้ำแรงดันสูง อุปกรณ์วัดสัญญาณชีพ และเชือกนำทางเข้าไปปฏิบัติภารกิจกู้ชีพฝ่าทางแคบร่วมกับเจ้าหน้าที่ลาว
3.ประเทศฟินแลนด์ (ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก)
ตัวแทนเดี่ยวที่เป็น “สะพานเชื่อมประวัติศาสตร์” คือ มิกโก เปียตารี ปาซี (Mikko Pietari Paasi) นักดำน้ำถ้ำชาวฟินแลนด์ระดับตำนานผู้เคยช่วยทีมหมูป่าที่ถ้ำหลวง ได้เดินทางเข้าพื้นที่แขวงไซสมบูนด้วยตนเอง ร่วมดำน้ำฝ่าโคลนตมและช่องแคบใต้น้ำเพื่อนำเทคโนโลยีและการประเมินความเสี่ยงชั้นสูงมาช่วยทีมกู้ภัยไทย-ลาว
นอกจากนี้ ในพื้นที่รอบข้างยังมีกลุ่มคนงานและวิศวกรจากบริษัทขุดเจาะแร่ของจีน ที่ปฏิบัติงานอยู่ในแขวงไซสมบูน คอยสนับสนุนเครื่องจักรขุดเจาะ รถแบ๊กโฮ และเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อพยายามขุดเจาะเปิดปล่องระบายน้ำด้านบนภูเขาอีกทางหนึ่งด้วย..



