ที่ห้องประชุมโรงแรมเอ็มเจ เดอะมาเจสติค อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Learning by Doing) “แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด มาตรการปราบปรามจับกุม (พิฆาตยาเสพติด) จังหวัดสกลนคร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–28 พฤษภาคม 2569 โดยมี นายเอกภพ โสภณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วย นางสาวจิราภรณ์ เบิกบานดี ปลัดจังหวัดสกลนคร พล.ต.ต.สุริเดช วรรณสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร นายปรัชญา มหาวินิจฉัยมนตรี อัยการจังหวัดสกลนคร ผู้แทนจากมณฑลทหารบกที่ 29 ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 ป้องกันจังหวัดสกลนคร นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจากทั้ง 18 อำเภอ เข้าร่วมโครงการ

การจัดอบรมในครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบแนวทางในการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคง ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยเน้นย้ำให้ 4 เสาหลัก ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานความมั่นคง ร่วมมือกันทำงานอย่างมีเอกภาพใน 3 มิติ คือ มิติด้านการป้องกัน มิติด้านการปราบปราม และมิติด้านการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน

จังหวัดสกลนครจึงได้นำนโยบายดังกล่าวมาสะท้อนสู่การปฏิบัติจริง ภายใต้วิสัยทัศน์ “สกลนครเมืองแห่งความสุข” ให้ประชาชนได้รับความสุขจากความปลอดภัยและปลอดจากยาเสพติดอย่างแท้จริง โดยเน้นไปที่การลงมือปฏิบัติจริงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ สร้างความรู้ความเข้าใจ พัฒนาความรู้เรื่องนโยบาย แนวทางการป้องกันและปราบปรามของรัฐบาล รวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้แก่พนักงานฝ่ายปกครองอย่างแม่นยำ รวมถึงการจัดทำสำนวนสอบสวนคดีอาญาและคดียาเสพติดให้มีความรัดกุมและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างหน่วยงาน เพื่อนำไปสู่การจับกุมและขยายผลทลายเครือข่ายยาเสพติดได้ครอบคลุมทุกกระบวนการ โดยอาศัยข้อมูลการข่าวและการแจ้งเบาะแสจากภาคประชาชนเป็นสำคัญ

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการค่าใช้จ่ายในการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ โดยมีทีมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและมีประสบการณ์ตรงจากสำนักงานอัยการจังหวัดสกลนครที่ทำการปกครองจังหวัดสกลนคร และที่ทำการปกครองอำเภอ มาร่วมถ่ายทอดความรู้ตลอดระยะเวลา 3 วัน เพื่อให้การปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่เกิดความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม



