เรียกได้ว่ายอมเปิดใจเล่าหมดเปลือกเลยทีเดียว สำหรับตลกคนดัง “โก๊ะตี๋ อารามบอย” ที่ล่าสุดได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวผ่านรายการ คนล้มลุก ย้อนวันวานถึงช่วงชีวิตที่ดิ่งที่สุด โดยเจ้าตัวเล่าว่าหลังจากที่ตนเองสามารถหักดิบเลิกยาเสพติดที่เคยเสพหนักที่สุดถึงวันละ 30 เม็ดได้สำเร็จ ชีวิตกลับต้องมาพังทลายอีกครั้งเพราะก้าวเข้าสู่วงการพนันบอล เนื่องจากตอนนั้นคิดว่าตนเองมีเงินเยอะและมีนิสัยใจนักสู้ จึงแทงบอลทุกลีกทั่วโลกตั้งแต่วงการบอลไทยไปจนถึงลีกยุโรป โดยเคยเสียเงินสูงสุดต่อหนึ่งคู่ถึง 500,000 บาท

วิกฤติครั้งนั้นส่งผลให้โก๊ะตี๋สูญเงินสดในบัญชีไปกว่า 11 ล้านบาท (ไม่รวมเงินหมุนเวียน) จนเหลือเงินติดบัญชีเพียง 200 บาทสุดท้ายในชีวิต ทำให้คิดได้ว่าเงินแต่ละบาทต้องแลกมาด้วยความยากลำบาก ทำงานตั้งแต่ตี 5 ถึง 6 โมงเย็น จึงตัดสินใจหักดิบเลิกเล่นพนันบอลอย่างเด็ดขาด

ส่วนประเด็นร้อนที่สังคมจับตามอง กรณีความรักกับอดีตภรรยาที่คบหากันมานานถึง 12 ปี แต่กลับปิดฉากชีวิตคู่หลังแต่งงานได้เพียง 1 ปีเต็ม (แต่งงาน 17 ธ.ค. 2566 และประกาศเลิก 17 ธ.ค. 2567) โก๊ะตี๋ยันชัดว่า ตนเองเป็นฝ่ายบอกเลิก เนื่องจากความคิดไม่ตรงกัน และพอหลังแต่งงานก็รู้สึกเหมือนเป็นคนละคน “หนูเลือกที่จะไม่พูดว่ามันเป็นยังไง เพราะเราเป็นผู้ชาย พูดให้ร้ายผู้หญิงมันดูหน้าตัวเมียไปหน่อย มันดูไม่แมน สังคมจะด่าว่าโก๊ะเลว โก๊ะไม่ดี ใช่…ไม่เป็นไร แต่หนูอยากจบ” โก๊ะตี๋กล่าว

นอกจากนี้ โก๊ะตี๋ยังระบุถึงปัญหาเรื่องทรัพย์สินหลังเลิกราว่า ฝ่ายหญิงยังคงอาศัยอยู่ในบ้านและไม่ยอมย้ายออก จนถึงขั้นล็อกประตูทำให้ตนเข้าบ้านตัวเองไม่ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ฝ่ายหญิงอยากได้บ้านหลังดังกล่าว แต่ตนให้ไม่ได้เนื่องจากเป็นบ้านที่ซื้อก่อนรู้จักกัน และใช้เงินจากการทำงานในวงการบันเทิงผ่อนทุกบาททุกสตางค์ ส่วนรายได้จากธุรกิจแคคตัสที่ผ่านมาก็โอนเข้าบัญชีฝ่ายหญิงทั้งหมดอยู่แล้ว

สุดท้ายเพื่อต้องการให้เรื่องราวทุกอย่างจบลงด้วยดี โก๊ะตี๋จึงยอมถอย และยอมจ่ายค่าชดเชยเป็นเงินสดจำนวน 3 ล้านบาท พร้อมรถยนต์ BMW อีก 1 คัน โดยในส่วนของเงินสดนั้น ตนได้จ่ายก่อน 1 ล้านบาทจากการนำบ้านเข้าธนาคาร และส่วนที่เหลืออีก 2 ล้านบาท ได้ตกลงให้อาต๋อย-ไตรภพ ช่วยหักจากเงินเดือนของตนเดือนละ 30,000 บาทเพื่อชดเชยให้จนครบ

ขอบคุณภาพประกอบ : คนล้มลุก