เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ เปิดเผยว่า กล่าวในการเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ “หัวใจสายใย สลช.” (NSOT Unity & Spirit Camp) ที่ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ตอนหนึ่ง ว่า การจัดงาน NSOT Unity & Spirit Camp ในครั้งนี้ เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการทลายปัญหาการทำงานแบบแยกส่วน (Silo Mentality) ผ่าน 5 แนวทางแก้ไขเชิงระบบ โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการพัฒนาระบบตำแหน่งและมาตรฐานตำแหน่งใหม่ของ สลช.ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างคนลูกเสือยุคใหม่ที่มีความยืดหยุ่น รอบด้าน และพร้อมเติบโตไปกับองค์กร เรากำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบเดิมที่ผูกคนไว้กับงานเฉพาะด้าน ไปสู่ระบบโครงสร้างตำแหน่งที่กว้างขึ้น สามารถหมุนเวียนงานได้ (Job Rotation) และเชื่อมโยงทุกภารกิจเข้าด้วยกัน เพราะองค์กรยุคใหม่ต้องการบุคลากรแบบ Multi-skilled ที่มีความสามารถรอบด้าน มากกว่าผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานได้เพียงมิติเดียว

เลขาธิการ สลช. กล่าวอีกว่า ภายใต้ระบบตำแหน่งใหม่ของ สลช. ได้มีการแบ่งสัดส่วนและจัดหมวดหมู่มาตรฐานตำแหน่งอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 116 คนของ สลช. เห็นเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพ (Career Path) ตั้งแต่ระดับปฏิบัติงานไปจนถึงระดับเชี่ยวชาญ โดยแบ่งออกเป็น 1. สายบริหาร ประกอบด้วย เลขาธิการ , รองเลขาธิการ , ผู้อำนวยการสำนัก และผู้อำนวยการส่วน มีบทบาทหลักในการกำหนดทิศทาง นโยบาย และขับเคลื่อนองค์กรสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน 2. สายปฏิบัติงาน (สายหลักขององค์กร) ตำแหน่งหลัก คือ “นักพัฒนากิจการลูกเสือ” (Scout Program Developer) ครอบคลุมภารกิจหลัก 6 ด้าน เช่น งานค่ายลูกเสือ , งานพัฒนาลูกเสือและบุคลากรทางการลูกเสือ , งานพัฒนารายได้และสิทธิประโยชน์ , งานเครือข่ายและกิจการพิเศษ , งานมาตรฐานและความปลอดภัย และงานบริหารทั่วไปและนโยบาย

ดร.วรัท กล่าวต่อไปว่า 3. สายสนับสนุน (งานสนับสนุนองค์กร) ตำแหน่งหลัก คือ “นักบริหารกิจการลูกเสือ” (Scout Program Manager) ครอบคลุมงานส่วนหลังบ้านทั้งหมด เช่น ด้านการเงินและบัญชี , พัสดุ , กฎหมาย , ตรวจสอบภายใน , บุคคล, แผนงานและงบประมาณ , ประชาสัมพันธ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยทุกตำแหน่งจะถูกประเมินและพัฒนาผ่านองค์ประกอบ 3 ด้านหลัก ได้แก่ ความรู้ (Knowledge) ที่เกี่ยวข้องกับกิจการลูกเสือและการบริหาร , ทักษะ (Skill) การคิดเชิงระบบและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และ สมรรถนะ (Competency) ทั้งสมรรถนะหลัก (Core) สมรรถนะตามสายงาน (Functional) และสมรรถนะทางการบริหาร (Leadership)

“เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างตำแหน่งใหม่ขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การนำ RACI Matrix มาจับคู่กับโครงสร้างตำแหน่งใหม่ จะช่วยตัดความสับสนในบทบาทหน้าที่ ลดการทำงานซ้ำซ้อนหรือตกหล่น เพราะกฎเหล็กของเราคือ ทุกภารกิจต้องมี R (ผู้ลงมือทำ) รับผิดชอบดำเนินงานจริง A (ผู้รับผิดชอบสุดท้าย) เพียงคนเดียวเสมอ หากมีหลายคนเท่ากับไม่มีใครรับผิดชอบจริง และการสื่อสารต้องถูกหลัก คือถามความเห็นก่อนตัดสินใจ (C ก่อน) และแจ้งให้ทราบเมื่อดำเนินงานเสร็จสิ้น (I หลัง)” เลขาธิการ สลช. กล่าวและว่า การปฏิรูปโครงสร้างตำแหน่งและกระบวนการทำงานในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ มีระบบบริหารงานบุคคลที่ยืดหยุ่น ลด Silo พัฒนาคนรอบด้าน และพร้อมที่จะส่งมอบกิจกรรมลูกเสือที่มีคุณภาพ ปลอดภัย เพื่อพัฒนาเยาวชนไทยให้เป็นพลเมืองดีของโลกอย่างยั่งยืน.