เมื่อวันที่ 28 พ.ค.69 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้จัดพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยมี นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และ พล.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและข้าราชการเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ
โดยนายสุจินต์ เปิดเผยถึงแนวทางการทำงานว่า จะยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีความเที่ยงธรรม โปร่งใส และเน้นการทำงานเชิงรุกร่วมกันเป็นทีม โดยความเดือดร้อนของประชาชนที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐถือเป็นภารกิจหลักที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ ซึ่งตนมีแผนการดำเนินงานเร่งด่วนใน 3 ด้านหลัก ดังนี้
1. ปฏิรูประบบร้องทุกข์ทั่วประเทศด้วยเทคโนโลยี AI เตรียมหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อปรับเปลี่ยนช่องทางและกลไกการรับเรื่องร้องทุกข์ให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยมีแนวคิดที่จะนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยจัดระเบียบข้อมูลและพัฒนารูปแบบการร้องเรียนให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
2. นำเรื่องค้างเก่ากว่า 5,000 เรื่อง มาวิเคราะห์ทำแผนด่วน (Quick Win) เตรียมนำสถิติเรื่องร้องเรียนค้างเก่ากว่า 5,000 เรื่อง มาวิเคราะห์แยกแยะปัญหาเพื่อแก้ไขในเชิงระบบ โดยยกตัวอย่างจากประสบการณ์การทำงานในฐานะอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ที่เคยพบปัญหาเรื่องร้องเรียนซ้ำซ้อนในโครงการบ้านจัดสรร เช่น ปัญหาโรงจอดรถทรุดตัวจากการไม่ตอกเสาเข็ม ซึ่งในครั้งนั้นได้แก้ไขด้วยการประสานงานออกกฎหมายควบคุมบังคับใช้กับบริษัทรับสร้างบ้านทั่วประเทศเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย ซึ่งหลังจากนี้การพิจารณาข้อร้องเรียนต่างๆ จะมุ่งเน้นการพูดคุยกับหน่วยงานรัฐเพื่อวางแนวทางแก้ไขที่ต้นตอในลักษณะเดียวกัน
3. แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง “นอมินีต่างชาติ” สำหรับปัญหานอมินีชาวต่างชาติที่เข้ามาถือครองที่ดินและพื้นที่การเกษตร นายสุจินต์ชี้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างมาก เบื้องต้นได้มีการหารือร่วมกับกระทรวงมหาดไทย พบว่าช่องโหว่สำคัญอยู่ที่กระบวนการต้นทาง เช่น ขั้นตอนการได้สัญชาติ การสวมสิทธิ์ผ่านการสมรส หรือการแปลงสัญชาติที่ทำให้ต่างชาติได้รับสิทธิ์ถือครองอสังหาริมทรัพย์อย่างถูกกฎหมาย หลังจากนี้จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสำนักทะเบียน เพื่อสแกนจุดอ่อนของกฎหมาย พร้อมเสนอแนะแนวทางแก้ไขในเชิงระบบเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดการสวมสิทธิ์นอมินีได้ง่าย
นอกจากนี้ นายสุจินต์ กล่าวอีกด้วยว่า พร้อมที่จะประสานความร่วมมือและทำงานเติมเต็มร่วมกับรัฐบาล เพื่อช่วยสะท้อนภาพรวมของปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนทั่วประเทศ นำไปสู่การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาของภาคประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป.



