ในปี 2562 กรุงเทพฯ ได้รับเลือกให้เข้าร่วมเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก ในฐานะเมืองแห่งการออกแบบ ทำให้สถาปนิกในประเทศไทย ต่างสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อสร้างชีวิตชีวาให้สมกับที่กรุงเทพฯ เป็นเมืองสร้างสรรค์ ล่าสุด High Line Bangkok โครงการสถาปัตยกรรมแนวคิด Zero-waste ได้นำเสนอการตีความใหม่ของโครงสร้างพื้นฐานในเมืองกรุงเทพฯ

โดยเปลี่ยนเสาไฟถนนทั่วไปให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีชีวิตชีวา จากเดิมที่เป็นเพียงองค์ประกอบของเมือง สู่การเป็นทรัพยากรทางสังคมและพื้นที่สำหรับผู้คน แม้ประเทศไทยจะมีเสาไฟจำนวนมาก แต่กลับไม่ค่อยเชื่อมโยงกับชีวิตสาธารณะอย่างแท้จริง

สถาปนิก Jenchieh Hung และกุลธิดา ทรงกิตติภักดี จาก HAS design and research จึงเสนอแนวทางการออกแบบที่ผสานสุนทรียะกับการมีส่วนร่วมของสังคม เพื่อตีความโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตในภูมิอากาศเขตร้อน พาวิลเลียนนี้รวมองค์ประกอบของร่มเงา การระบายอากาศตามธรรมชาติ และพื้นที่กึ่งภายนอกแบบอาร์เคด เข้ากับการใช้ผ้าตาข่ายโปร่งที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ร่วมกับเสาไฟเดิมของพื้นที่ในการลดการใช้โครงสร้างใหม่ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพขององค์ประกอบพื้นฐานในเมืองที่สามารถกลายเป็นพื้นที่รวมตัวที่ยั่งยืนได้

โครงการตั้งอยู่ที่ลานคนเมือง เขตพระนคร ใจกลางกรุงเทพฯ โดยออกแบบให้เชื่อมโยงเสาไฟกับต้นไม้ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมของผู้ใช้งานในสภาพอากาศร้อนชื้น กลางวันผู้คนรวมตัวในร่มเงา ขณะที่กลางคืนกิจกรรมจะเคลื่อนสู่พื้นที่ที่มีแสงสว่าง ความสัมพันธ์ระหว่าง “แสง” และ “เงา” จึงเป็นหัวใจของการออกแบบ โดยใช้โครงสร้างเดิมเป็นหลัก ลดการใช้วัสดุและหลีกเลี่ยงการก่อสร้างถาวร

ในช่วงกลางวัน พาวิลเลียนสร้างเงาสีสันคล้ายสายรุ้งหรือสายน้ำตก ขณะที่ในยามค่ำคืน ผ้าตาข่ายยาวกว่า 100 เมตรจะเปล่งแสงเสมือนสัญลักษณ์ของชีวิตเมือง องค์ประกอบรูปทรงอ้างอิงหลังคาวัดสุทัศน์เทพวราราม และลวดลายพื้นสะท้อนกระเบื้องดั้งเดิม ผสานความทรงจำทางวัฒนธรรมเข้ากับสถาปัตยกรรมร่วมสมัย โครงการนี้จึงเป็นต้นแบบในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ทั้งในเชิงสุนทรียะและการใช้งาน พร้อมเสนอแนวทางใหม่ของพื้นที่สาธารณะในอนาคต ที่ยั่งยืน มีส่วนร่วม และมีชีวิตชีวาในบริบทเมืองเขตร้อน