เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 28 พ.ค. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 โดยมี รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.), ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง จตช. และผู้บัญชาการทุกหน่วยในสังกัด ร่วมประชุม พร้อมสั่งการให้ผู้บัญชาการและผู้บังคับการทุกพื้นที่ ขับเคลื่อนตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี จากการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล ได้แก่ 1. ด้านการป้องกัน ทำงานในรูปแบบ “ทีมจังหวัด” 2. ด้านการปราบปราม เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท เร่งสืบสวนขยายผล และ 3. ด้านการช่วยเหลือประชาชน รับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด นำเทคโนโลยีสนับสนุนการปฏิบัติงานเชิงรุก ร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความสงบสุขและความปลอดภัยให้ประชาชน

ผบ.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย โดยมี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าชุดฯ เพื่อดำเนินการตามมาตรการป้องกันและปราบปรามคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมเร่งขับเคลื่อนปฏิบัติการ “เอกซเรย์ ระดม กวาดล้าง” และ “ขุดรากถอนโคน”

พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับการพัฒนางานสอบสวนในทุกมิติ โดยเฉพาะเรื่องค่าตอบแทน การเพิ่มจำนวนพนักงานสอบสวน ลดภาระงานที่ไม่จำเป็น รวมถึงนำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงาน และให้หัวหน้าหน่วยทุกระดับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนอย่างใกล้ชิด ห้ามมิให้มีคำสั่งไปช่วยราชการนอกสถานีตำรวจ หรือปฏิบัติหน้าที่อื่นที่มิใช่งานสอบสวนโดยเด็ดขาด

ผบ.ตร. ยังสั่งการให้ส่งเสริมโครงการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย เพื่อให้ข้าราชการตำรวจเข้าใจถึงรากเหง้าและที่มาของชาติ รวมถึงการแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการตำรวจ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้ผู้บังคับบัญชาติดตาม สอบถาม และส่งเสริมพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสมกับรายได้ รายจ่าย และการออมเงิน รวมถึงสานต่อโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” โดยขอขอบคุณทุกหน่วยที่ได้กำหนดแผนและลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกรณีที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) สำรวจความคิดเห็นผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจเกี่ยวกับหน่วยงานที่มีการเรียกรับผลประโยชน์สูงสุด ซึ่งมีตำรวจทางหลวงและตำรวจจราจรถูกจัดอยู่ในลำดับต้น ๆ นั้น ผบ.ตร. กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับเข้าใจปัญหาและมุมมองของประชาชน พร้อมเร่งสร้างความเชื่อมั่นในการทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่รับสิ่งตอบแทนหรือผลประโยชน์ใด ๆ พร้อมมอบหมายให้จเรตำรวจศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเร่งดำเนินการทางวินัยในกรณีที่มีความผิดร้ายแรง โดยให้ติดตามการดำเนินการตามกรอบเวลาอย่างเคร่งครัด รวมถึงตรวจสอบเรื่องร้องเรียนผ่านระบบ JCOMS หรือช่องทางอื่นโดยเร็ว

นอกจากนี้ ผบ.ตร. ยังสั่งเดินหน้าโครงการ “ทำดี มีรางวัล (ทำไม่ดี มีโทษ)” เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ และสร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละและมีจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พร้อมกำชับเรื่องระเบียบวินัย การแต่งกาย ทรงผม และเครื่องแบบให้ถูกต้องตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมอบหมายให้ จตช. และโฆษก ตร. กำกับดูแลในภาพรวม

ทั้งนี้ ก่อนการประชุม ผบ.ตร. ได้มอบรางวัลให้แก่หน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นด้านการสืบสวนจับกุมบุคคลตามหมายจับ และจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน รวมถึงมอบประกาศเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการตำรวจตามโครงการ “ทำดี มีรางวัล” ประจำเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2569 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป