นายถวิล ล้อพูนผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LPP Group เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทมีรากฐานที่แข็งแกร่งจากการดำเนินธุรกิจโรงสีและแปรรูปข้าวรายใหญ่ของประเทศมานานกว่า 30 ปี ปัจจุบันมีโรงสีข้าวรวม 5 แห่ง มีกำลังการผลิตสูงถึง 6,000 ตันต่อวัน ซึ่งถือเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย และเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 2 ของประเทศ ภายใต้แบรนด์ข้าวสารคุณภาพ เช่น บัวชมพู , ชาวนาไทย, กุ้งคู่ทองคำ และ กุหลาบ

จากความเชี่ยวชาญในธุรกิจข้าวตั้งแต่ต้นน้ำ ทำให้บริษัทได้เล็งเห็นโอกาสในการต่อยอดมูลค่าเพิ่มวัตถุดิบตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน จึงได้ขยายสู่ธุรกิจน้ำมันรำข้าวภายใต้ บริษัท แอลพีพี ไรซ์ บราน ออยล์ จำกัด (LPP OIL) มาแล้วกว่า 4 ปี โดยชูจุดแข็งเรื่อง “Supply Chain Security” ที่คุมคุณภาพได้เอง 100% สามารถนำรำข้าวสดใหม่จากโรงสีของตัวเองเข้าสู่กระบวนการสกัดได้ทันทีภายใน 24 ชั่วโมง จนคว้าตำแหน่งแชมป์อันดับ 1 ในการส่งออกน้ำมันรำข้าวดิบ ไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดที่เข้มงวดเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยสูงมาก

เปิดตัวแบรนด์บุกตลาด คาดมูลค่าโลกพุ่งเฉียด 7 แสนล้าน

สำหรับทิศทางอุตสาหกรรมน้ำมันรำข้าวโลกมีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากความต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าในปี 2026 ตลาดจะมีมูลค่าสูงถึง 12.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 446,400 ล้านบาท) และจะขยายตัวทะยานสู่ระดับ 18.,00ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 673,200 ล้านบาทในปี 2036

ทุ่มงบ 800 ล้าน ปั้นแบรนด์ “LPP OIL” เจาะตลาดเอง

ภายใต้แนวโน้มการเติบโตดังกล่าว LPP Group จึงเดินหน้าบุกตลาดอย่างเต็มสูบ โดยทุ่มงบลงทุนโรงงานน้ำมันรำข้าวไปกว่า 800 ล้านบาท เลือกใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรนำเข้าจากยุโรป 100%

เปลี่ยนผ่านจากการรับจ้างผลิต (OEM) มาลุยตลาดผู้บริโภค (B2C) ควบคู่ B2B โดยจะเปิดตัวน้ำมันรำข้าวบรรจุขวดภายใต้แบรนด์ตัวเองในชื่อ “LPP OIL” วางจำหน่ายในไทยช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ ครอบคลุมทั้งห้างโมเดิร์นเทรด ร้านโชห่วย และออนไลน์ ในราคาที่จับต้องได้ เพื่อให้คนไทยเข้าถึงน้ำมันเพื่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น โดยวางเป้าหมายยอดขายเฉพาะน้ำมันรำข้าวปีแรกไว้ที่ 1,000 ล้านบาท และตั้งเป้าพุ่งสู่ 2,500 ล้านบาท ภายใน 5 ปี

หนุนนิคมอุตสาหกรรม-กางแผนเข้าตลาดหุ้น (SET)

นอกจากธุรกิจน้ำมันรำข้าวแล้ว กลุ่มบริษัทยังเดินหน้าพัฒนา บริษัท แอลพีพี อินดัสเตรียล เอสเตท จำกัด บนพื้นที่ 583 ไร่ ใน อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ เพื่อสร้างเป็น “Smart Agriculture Industrial Estate” หรือนิคมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทย คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในปี 2569 ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มทุนต่างชาติสนใจเข้ามาเจรจาลงทุนมูลค่ากว่า 400-500 ล้านบาทแล้ว

แผนโรดแมปสู่อนาคตว่า จากปีก่อนที่กลุ่มธุรกิจมีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท ในปีนี้ได้ตั้งเป้าเติบโตสู่ 5,000 ล้านบาท และที่สำคัญบริษัทมีแผนการที่จะนำ บริษัท แอลพีพี ไรซ์ บราน ออยล์ จำกัด (LPP OIL)เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ประมาณปี 2573 ทั้งนี้เพื่อระดมทุนในการขยายกำลังการผลิต รองรับความต้องการของตลาดโลก และสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว โดยลดความเสี่ยงจากกลไกราคาพืชผลทางการเกษตรและภัยธรรมชาติแบบเดิมๆ มุ่งสู่การเป็นองค์กรมาตรฐานสากลอย่างแท้จริง