เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ด่านศุลกากรแม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมศุลกากร แถลงผลการจับกุมสินค้าลักลอบและหลีกเลี่ยงศุลกากรของสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 และด่านศุลกากรในสังกัด ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมีนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 พร้อมนายด่านศุลกากรในพื้นที่รับผิดชอบเข้าร่วมแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

นายยุทธนา เปิดเผยว่า การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามสินค้าลักลอบหนีศุลกากร สินค้าหลีกเลี่ยงภาษี ของต้องห้าม ของต้องกำกัด รวมถึงสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง เพื่อสกัดกั้นผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และความปลอดภัยของประชาชน

สำหรับพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ครอบคลุมด่านศุลกากรสำคัญ 8 แห่ง ได้แก่ ด่านศุลกากรแม่กลอง ด่านศุลกากรอรัญประเทศ ด่านศุลกากรคลองใหญ่ ด่านศุลกากรจันทบุรี ด่านศุลกากรสังขละบุรี ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ ด่านศุลกากรชุมพร และด่านศุลกากรระนอง ครอบคลุมพื้นที่ 19 จังหวัด ทั้งภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก

ผลการปราบปรามตลอดปีงบประมาณ 2569 สามารถจับกุมและตรวจยึดสินค้าผิดกฎหมายได้มากกว่า 400 คดี ของกลางรวมกว่า 21 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 102 ล้านบาท โดยสินค้าส่วนใหญ่ประกอบด้วยบุหรี่ต่างประเทศ บุหรี่ไฟฟ้า สุราต่างประเทศ สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า น้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ ตลอดจนอาหาร เครื่องดื่ม ขนม และยารักษาโรคที่ไม่มีใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

ทั้งนี้ กรมศุลกากรได้แบ่งแนวทางการปราบปรามออกเป็น 4 มิติสำคัญ ได้แก่
มิติแรก “การคุ้มครองผู้บริโภค” เน้นสกัดสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีใบอนุญาต หรือสินค้าปลอมที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

มิติที่สอง “การปกป้องสังคม” มุ่งปราบปรามบุหรี่ต่างประเทศ บุหรี่ไฟฟ้า และสุรานำเข้าผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน

มิติที่สาม “การปกป้องเศรษฐกิจไทย” เป็นการปราบปรามสินค้าหลีกเลี่ยงอากรและสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ที่เข้ามาตัดราคาสินค้าไทย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการและเกษตรกรในประเทศ และมิติสุดท้าย “การปกป้องสิ่งแวดล้อม” เน้นสกัดขยะข้ามพรมแดน วัตถุอันตราย และสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งทิ้งขยะอุตสาหกรรม และรักษาสมดุลทางนิเวศจากภัยคุกคามข้ามชาติ

รองอธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จในการจับกุมครั้งนี้ เกิดจากการทำงานเชิงรุกและความเป็นมืออาชีพของเจ้าหน้าที่ศุลกากรทุกด่านในสังกัดสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ที่ร่วมกันบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องประชาชน สังคม และเศรษฐกิจของประเทศให้ปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป