นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยความคืบหน้าโครงการที่พักอาศัยครบวงจรสำหรับผู้สูงอายุ รามาฯ-ธนารักษ์ หรือซีเนียร์ คอมเพล็กซ์ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังจากหยุดชะงักมานานกว่า 6 ปีว่า ที่ประชุมล่าสุดของกรมฯ กับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เห็นชอบร่วมกันที่จะเดินหน้าโครงการต่อ โดยยังคงหลักการเดิมที่ผสมผสานที่พักอาศัย ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และโรงพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีไว้ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อให้ผู้พักอาศัยสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างสะดวก แต่จะมีการการลดขนาดโครงการลงให้เกิดความเหมาะสม
“ด้วยเวลาที่ล่วงเลยมานาน ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งจากความขัดแย้งในยูเครนและตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โครงการจึงจำเป็นต้องปรับแผนใหม่ทั้งหมด โดยลดขนาดโครงการลงจากเดิมกำหนดไว้ 6 อาคาร กว่า 800 ยูนิต ให้เหลือน้อยลง พร้อมกับมีการเปิดให้จองสิทธิใหม่ด้วย โดยจะให้สิทธิ์ผู้จองไว้เดิมยืนยันความต้องการก่อนเป็นลำดับแรก หลังจากมีผู้ยกเลิกการจองไปแล้วประมาณ 20% เนื่องจาก รอคอยไม่ไหว และหลังจากนั้นจะเปิดให้ผู้สนใจมาจองเพิ่ม โดยลดอายุจาก 60 ปี เหลือ 55 ปี”
ทั้งนี้ สาเหตุที่โครงการล่าช้าส่วนหนึ่งมาจากแพร่ระบาดโควิด ต่อมาติดปัญหาการก่อสร้างจากผู้รับเหมาทำให้ต้องยกเลิกสัญญาในส่วนของโรงพยาบาลไป ซึ่งหลังจากนี้ต้องเปิดประมูลหาผู้รับเหมาใหม่ ขณะที่ในส่วนการสร้างอาคารที่พักอาศัย ผู้สูงอายุของกรมธนารักษ์ ยังคงให้บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ดำเนินการต่อ โดยขั้นตอนหลังจากนี้ หากทบทวนโครงการเสร็จแล้ว จะเร่งเสนอเรื่องเข้า ครม.ภายในปีนี้ และจะสามารถเริ่มก่อสร้าง พร้อมกับเปิดให้เข้าอยู่ได้ปี 73
นายอัครุตม์ กล่าวว่า การจัดเก็บรายได้ กรมธนารักษ์ทำได้เกินเป้าหมายต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา จัดเก็บได้แล้ว 11,374 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายราว 5% โดยแหล่งรายได้หลักมาจาก การเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บค่าเช่าที่ราชพัสดุ รวมถึงการตามเก็บค่าเช่าค้างชำระ และอีกส่วนเป็นรายได้จากการจำหน่ายสินทรัพย์จากการยึดทรัพย์
“กรมมั่นใจว่าสิ้นปีงบนี้ จะมีรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 14,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1 หมื่นล้านบาท โดยหลังจากนี้ จะมีการทำกำไรจากขายทองคำที่กรมฯ ถือครองและยึดทรัพย์มา ซึ่ง กำลังรอจังหวะราคาที่เหมาะสมก่อนดำเนินการ คาดจะมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 1 พันล้านบาท และยังมีแผนนำทรัพย์สินออกขายและให้เช่าเพิ่มอีกกว่า 40 แปลง ครอบคลุมที่ดินหลากหลายทำเล อาทิ ที่ดินติดไอคอนสยามประมาณ 4 ไร่ ที่ดิน และเกาะในจังหวัดกระบี่ซึ่งคาดว่าจะตั้งราคาไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และเดือนหน้าจะมีข่าวดีด้านรายได้อีกราว 800 ล้านบาท”



