การแข่งขันฟุตบอล “ช้างเอฟเอคัพ” รอบชิงชนะเลิศ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะพบ “ต่อพิฆาต” พีที ประจวบ เอฟซี ที่ ธรรมศาสตร์ สเตเดียม ในวันอาทิตย์ที่ 31 พ.ค. 69 เวลา 19.00 น.

สะสม พบประเสริฐ หัวหน้าผู้ฝึกสอน พีที ประจวบ เอฟซี กล่าวก่อนเกมว่า ปีนี้โชคดี ที่กระเบียดกระเสียนตัวเองขึ้นมาได้ “เรารู้ว่าเราเป็นทีมเด็ก และเราก็มาทีละเกม เราพยายามหาตัวแทนในการจับสลาก ปีหน้าอาจจะต้องคัดตัว บุรีรัมย์อาจจะมีคนจับสลาก เราต้องหาคนแบบนั้นบ้าง ก็พยายามหาอยู่แต่ไม่ได้ จับได้ยากตลอด”

โดยเส้นทางของ ประจวบ เอฟซี ผ่าน เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ทีมไทยลีก 2 (เยือน), อุทัยธานี (เยือน), บีจี ปทุม (เหย้า), สิงห์ เชียงราย (เยือน) และ ลำพูน วอริเออร์

ส่วน บุรีรัมย์ ผ่าน วารินชำราบ ทีม TS (เหย้า), คัสตอม ยูไนเต็ด ทีมลีก 3 (เยือน), ปัตตานี เอฟซี ทีมลีก 2 (เหย้า), ขอนแก่น ยูไนเต็ด ทีมลีก 2 (เหย้า) และ อยุธยา ยูไนเต็ด

โค้ชสะสม กล่าวอีกว่า บุรีรัมย์ มีจุดแข็งทุกจุด ต้องยินดีกับแชมป์ลีก และแชมป์ช้อปปี้ เป็นทีมระดับท็อปของเอเชีย พัฒนาตัวเองตลอด ไม่หยุด ลงทุนกับฟุตบอลได้สนุกสนาน เป็นทีมที่ยากจะเลียนแบบ เพราะว่าไม่มีตังค์ไล่ทัน และเต็มไปด้วยนักเตะคุณภาพ มีขุมกำลังที่ใหญ่ โรเตชั่นได้ แต่ละเกมคุณภาพไม่ต่างกัน

“การจะเล่นกับบุรีรัมย์ เป็นเรื่องยากมาก เราบอกว่าเรามีนักเตะสมบูรณ์ ไปเจอที่สมบูรณ์กว่า ต้องใช้เรื่องของจิตวิญญาณมาสู้ เรื่องของความเป็นนักสู้” โค้ชเตี้ย กล่าว

“บางทีนอนๆ อยู่ ถ้าคิดว่าบุรีรัมย์เอานักเตะไทยลง จะชนะเขาไหม ก็น่าคิด ไม่ได้ท้าทาย พูดให้ฟัง ถ้าจัดตัวไทยอย่างเดียว จะมีปัญญาชนะเขาไหม มันเป็นเรื่องของความคิดในหัวผม ก็คิดว่านักเตะไทยของเขาก็ยอดฝีมือจริงๆ ไม่ได้ไปพูดอะไรเยอะแยะ ยอมรับว่าคุณภาพมันต่างกัน”

“เราก็หวัง เหมือนซื้อหวย ทุกคนซื้อหวยวันแรก ก็คิดว่าจะต้องถูกรางวัล รอลุ้นวันอาทิตย์แล้วกัน”

“เรื่องประสบการณ์ เราเป็นรองบุรีรัมย์ บางทีก็ต้องคิดงก ความคิดเราบอกว่าอยากชนะ แสดงออกเยอะไม่ได้ ก็ต้องสงบเสงี่ยม ทำงานให้หนัก และอีกส่วนคือวินัย เป็นเกมแห่งสงคราม เราเองประตูสู้น้อยอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็จะปลุกลูกทีมสู้เท่าที่มี สู้ด้วยวิธีการของเรา”

“เป็นเกมหนึ่งที่ขอให้ลูกทีมเล่นแบบเหมือนเป็นเกมสุดท้ายของชีวิต สนุกกับเกมที่นานๆ เราจะมาเจอบรรยากาศรอบชิง เล่นแบบทิ้งทวน ไม่คิดชีวิต อย่างที่บอก ทีมเล็กเหมือนทีมรองบ่อน ก็พร้อมกัดกับทุกคนที่เข้ามา หวังว่าเกมวันนั้นจะเป็นแบบนั้น”

สมาพร ผลบุตร ผู้อำนวยงานสายงานฟุตบอลสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า “เห็นว่าสโมสรมีทัวร์นาเมนต์ และแมตช์เยอะ สวรรค์ก็ช่วยด้วย เป็นโชคดีของเรา ที่ทำให้เราเจอทีมที่เราต่อกรได้ ส่วนในรอบชิงก็น่าจะช่วย จุดแข็งของประจวบ ไม่ได้อวย คงเป็นโค้ชเตี้ย เพราะโค้ชเตี้ย ทำประจวบ ออกมาได้สนุก แม้ไม่ได้ลง แต่ก็ดูและติดตามผลงาน”

ด้าน นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม นักเตะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า “เกมแรกเจอกับ วารินทร์ชำราบ แต่เราก็จัดชุดใหญ่เต็มที่ เพื่อให้เกียรติทีมที่เล็กกว่า ทีมที่เขามาเยือนเราก็อยากปะทะกับฝีเท้ากับนักเตะระดับท็อปของลีก พวกเราก็ใส่เต็มที่ สกอร์ที่ออกมาเราทำเต็มที่ ส่วนรอบต่อมาเจอกับ คัสตอม เกมเยือนก็ยาก ช่วงแรก คัสตอม พอครึ่งหลังก็มารัว ส่วนเกมกับ ปัตตานี ก็เป็นอีกเกมที่ยาก เพราะด้วยสภาพสนามและแฟนบอลที่มากดดันเรา แต่โชคดีที่เราได้ประตูเร็ว บวกกับได้ประตูที่สอง ส่วนกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด เกมนั้น คิดว่าเป็นอีกเกมที่ยาก แต่เราได้เล่นในบ้าน เหมือนชินสภาพสนาม แฟนบอลก็มาให้กำลังใจ ส่วนรอบรองฯ เกมนี้ก็คิดว่ายากทุกเกม กว่าจะได้ประตู โดนวีเออาร์ริบบ้าง”

“จุดแข็งของประจวบ ก็เป็นฟุตบอลได้ดี ต้องชื่นชมโค้ชเตี้ยที่แก้เกมได้ดี เราก็ต้องทำการบ้านให้ดี และไม่ประมาท สถิติมันบอกได้ แต่ฟุตบอลเป็นเกมเกมเดียว ประมาทไม่ได้ ถ้าประจวบไม่มีดี ก็คงมาถึงรอบนี้ไมได้ ไม่ประมาทแน่นอน เกมนี้ก็ต้องวัดกันดู มันไม่มีได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะเป็นเกมเกมเดียว แต่เกมนี้เป็นเกมสุดท้ายของฤดูกาล บุรีรัมย์ ก็เหลืออีกแชมป์เดียว เป็นเป้าหมายของเรา เราทำเต็มที่แน่นอน มันเป็นเกมที่กดดัน ฟุตบอลเกมใหญ่ นัดชิง แต่ก็ผ่านเกมแบบนี้มาหลาย คิดว่าผ่านไปได้แน่นอน ก็มันเป็นเกมสุดท้าย แน่นอนว่าเป้าหมายของบุรีรัมย์ คือป้องกันแชมป์ ทำเต็มที่แน่นอน”