ตามที่ วงการกีฬาเทเบิลเทนนิสของประเทศไทย ในเวลานี้กำลังมีกระแสดราม่าบนโลกโซเชียลเกี่ยวกับเรื่องของการเปิดคัดตัวนักกีฬาตัวแทนทีมชาติไทย ที่จะไปแข่งขันรายการสำคัญในช่วงปลายปีนี้นั่นก็คือศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโงย่า ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 ก.ย.-4 ต.ค.69

ซึ่งในโลกโซเชียล หยิบยกประเด็นที่ทัพเทเบิลเทนนิสไทย เตรียมจะส่งนักกีฬาฝ่ายหญิง เข้าร่วมที่ 5 คน และฝ่ายชาย มีเพียง 3 คน โดยที่ สมาคมเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย วาง 2 คนของฝ่ายชาย ที่ได้สิทธิ์เป็นตัวยืนแล้ว และมีการเปิดคัดตัวเพิ่มอีกเพียงคนเดียวนั้น

ล่าสุด “บิ๊กตูน” นายณัฐวุฒิ เรืองเวส นายกสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวในวันคัดตัวนักกีฬาปิงปองทีมชาติไทย เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ผู้ที่จะเป็นคนเลือกว่านักกีฬาชนิดไหนของไทย ได้ไปแข่งเอเชียนเกมส์ 2026 จำนวนเท่าไหร่บ้างนั้นก็คือ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งเขามีหลักเกณฑ์นักกีฬาที่จะเข้าร่วมออกมา 4 ข้อ ประกอบด้วย 1.นักกีฬาจะต้องได้เหรียญทองจากซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา, 2.นักกีฬาจะต้องเคยได้เหรียญรางวัลจากเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่ประเทศจีน, 3.จะต้องเป็นชนิดกีฬาที่ได้เข้าร่วมในโอลิมปิกเกมส์ หรือหากไม่ผ่าน 3 ข้อแรก ก็จะต้องเป็นชนิดกีฬาที่มีแรงกิ้งอยู่ใน 4 อันดับแรกของเอเชีย หรือ 8 อันดับแรกของโลก หรือสหพันธ์กีฬาชนิดนั้น ๆ มีการคัดเลือกให้เข้าร่วม

ประมุขปิงปองไทย กล่าวต่อว่า จากหลักเกณฑ์ที่ออกมาทั้งหมดส่งผลให้ สมาคมฯ สามารถส่งนักกีฬาหญิง เข้าร่วมได้เต็มโควต้า 5 คน แต่ฝั่งนักกีฬาชาย เราไม่ผ่านเกณฑ์ใด ๆ อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ได้พยายามไปอุทรณ์ในการประชุมร่วมกันของโอลิมปิคไทยและการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) โดย สมาคมฯ ได้ยกผลงานของนักกีฬาที่พอจะเทียบเคียงได้ นั่นคือ ข้อ 1.”นอร์ตั้น” ฐิตภัทร ปรีชาญาณ ดาวรุ่งวัย 16 ที่สามารถคว้าแชมป์โลก ประเภทคู่ผสม รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งในรายการนั้นเจ้าตัวที่จับคู่กับ “พลอย” กุลภัสสร์ วิจิตรวิริยะกุล สามารถเอาชนะนักกีฬาจีน ได้ทั้งรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ ก็เป็นผลงานที่เทียบเคียงกับการเป็น 1 ใน 8 ของโลกได้ และเป็นเยาวชนที่กำลังพัฒนาต่อยอดได้

ข้อ 2.”บอล” ภาคภูมิ สงวนสิน ที่เป็นพี่ใหญ่ของทีชาติไทย ฝ่ายชายของปิงปองไทย สามารถจับคู่ผสมกับ “ทิพย์” อรวรรณ พาระนัง ผ่านเข้าไปได้ถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ในเอเชียนเกมส์ 2022 ซึ่งรายการนั้นสามารถเอาชนะมือท็อปของโลกเข้าถึงรอบ 8 คู่ แล้ว หากชนะอีกนัดเดียวก็จะได้เหรียญรางวัลแล้ว ถือว่าใกล้เคียงมาก สมาคมฯ จึงขอโอกาสให้กับ นอร์ตั้น และ ภาคภูมิ และทางโอลิมปิคไทย ก็มองว่าไป 2 คน ย่อมดีกว่าคนเดียว เพราะหากไปคนเดียวจะมีโอกาสได้เล่นน้อย แค่ประเภทเดี่ยว แต่นี่จะสามารถได้เล่นทั้งเดี่ยว, คู่ และคู่ผสม

นอกจากนี้ ในโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เราทราบมาว่าในโอลิมปิกเกมส์ จะมีการเพิ่มการแข่งขันประเภททีมผสม ก็คือเอานักกีฬาทีมชายผสมกับทีมหญิง ดังนั้นหากในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ หากเราเพิ่มนักกีฬาชายเป็น 3 คน ก็จะมีโอกาสลงแข่งขันในประเภททีมด้วย เป็นการเตรียมพร้อมสู่โอลิมปิกเกมส์ 2028 ท้ายที่สุดคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ให้ความกรุณาส่งนักกีฬาชายเทเบิลเทนนิสได้ 3 คน นั่นจึงเป็นที่มาว่าจากที่ปิงปองไทยเราไม่ได้โควต้านักกีฬาเข้าร่วมเอเชียนเกมส์ แล้วทำไมถึงได้โควต้ามา 3 คน แล้วทำไม ฐิตภัทร กับ ภาคภูมิ ถึงได้เป็นตัวยืนเพราะเอาผลงานของทั้ง 2 คนนี้ไปเสนอเพื่อให้ได้สิทธิ์มาเพื่อจะมีทีมปิงปองผู้ชายไทยในเอเชียนเกมส์ปีนี้

“มีคำถามว่า เราสามารถที่จะเสียเงินจ่ายเองในการซัพพอร์ตเพิ่มโควต้านักกีฬาไปร่วมแข่งในเอเชียนเกมส์ได้หรือไม่นั้น ก็ต้องเรียนว่าในการส่งนักกีฬาไทยไปร่วมมหกรรมกีฬาต่างๆ นั้นถือเป็นอำนาจของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ หรือโอลิมปิกเกมส์ สมาคมฯ ไม่ได้เป็นคนส่ง แต่เป็นผู้เสนอรายชื่อไปเท่านั้น แม้เรามีเงินแล้วเราอยากไป เขาก็ไม่อนุมัติ นี่คือที่อยากจะเรียนแจ้งให้แก่คนในวงการปิงปองไทยและแฟนๆ กีฬาได้รับทราบ” นายกสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทยกล่าว