สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองหนานหนิง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ว่าภาพยนตร์ภาษาจีนแต้จิ๋วเรื่อง “จดหมายรักถึงอาม่า” (Dear You) ที่มีต้นทุนการผลิตเพียงประมาณ 10 ล้านหยวน (ราว 48 ล้านบาท) ยังคงได้รับความนิยมและรีวิวเชิงบวกเพิ่มต่อเนื่องในจีนจนต้องเพิ่มรอบฉาย ทำให้รายได้จากการจำหน่ายบัตรในตลาดจีนสูงทะลุ 1,300 ล้านหยวน (ราว 6,270 ล้านบาท) แล้ว อีกทั้งยังมีคะแนนบนแพลตฟอร์มรีวิวภาพยนตร์ชั้นนำอย่างโต้วป้าน สูงถึง 9.2 คะแนน ขึ้นแท่นหนึ่งในภาพยนตร์มาแรงที่สุดของจีนในช่วงนี้


ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดเรื่องราวในอดีตของชาวจีนโพ้นทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำเสนอความรักที่มีต่อครอบครัวและมาตุภูมิผ่านการดำเนินเรื่องที่เรียบง่ายแต่ละเอียดอ่อน ประกอบกับมีภูมิหลังทางประวัติศาสตร์เข้มข้น จึงสามารถเข้าถึงใจและสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมจำนวนมาก


นอกจากนี้ จดหมายรักถึงอาม่า ยังเป็นสื่อกลางที่ช่วยฟื้นคืนความทรงจำในอดีตให้กลับมาสู่สายตาของสาธารณชนอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมการส่งจดหมายและส่งเงินกลับบ้านของชาวจีนโพ้นทะเล ที่เรียกว่า “เฉียวพี” หรือ “โพยก๊วน” ในภาษาแต้จิ๋ว ที่เคยถูกลืมเลือน รวมถึงเรื่องราวการ “โล้สำเภาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ส่งผลให้คุณค่าทางวัฒนธรรมเหล่านี้ กลายเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญในการสร้างความรู้สึกร่วมของผู้คน


หลัวจ่านหง ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องจดหมายรักถึงอาม่า กล่าวในฟอรัมที่เกี่ยวข้องกับการประชุมอารยธรรมอินเทอร์เน็ตแห่งประเทศจีน ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองหนานหนิง ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน เมื่อไม่นานมานี้ ว่าหลังจากภาพยนตร์เข้าฉายกระแสบอกต่อในเชิงบวกได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ผู้ชมจำนวนมากมีความเห็นว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เปรียบเสมือนจดหมายรักแห่งความผูกพันต่อครอบครัวและบ้านเกิดที่ส่งถึงชาวจีนทุกคน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้สร้างสรรค์ผลงานต้องการสื่อสาร เพราะสิ่งที่มีคุณค่าเหนือกว่าพรมแดนทางภูมิภาค ภาษา และวัฒนธรรม ก็คือความรักความผูกพันในครอบครัว ความระลึกถึงถิ่นฐานบ้านเกิด และการรักษาคำมั่นสัญญา


คุณหวงอวี่เหิง วัย 24 ปี ชาวเมืองหนานหนิง เล่าว่า เขาเติบโตมาในพื้นที่รอบ ๆ ฟาร์มชาวจีนโพ้นทะเลในท้องถิ่น ซึมซับบรรยากาศวัฒนธรรมรักบ้านเกิดของชาวจีนโพ้นทะเลมาตั้งแต่เด็ก และมักจะได้รับฟังเรื่องราวในอดีตจากผู้ใหญ่เกี่ยวกับการเดินทางไปขุดทองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการติดต่อสื่อสารกันอยู่เสมอ

เขาเผยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เน้นเรื่องการพลัดพรากและความตาย แต่ได้นำเสนอความสุข ความทุกข์ และความเสียใจในชีวิตของตัวละคร ผ่านการถ่ายทอดอย่างละเอียด บางฉากได้จำลองสภาพความเป็นอยู่ของชาวจีนโพ้นทะเลได้อย่างสมจริง


ในช่วงเวลานั้น คนเชื้อสายจีนจำนวนมากต้องจากบ้านเกิดเมืองนอน รอนแรมมาทำมาหากินไกลถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พวกเขาบุกเบิกสร้างตัวและทำงานหนักในต่างแดน คนเหล่านี้ยังเชื่อมโยงกับแผ่นดินเกิดและยึดมั่นในปณิธานเดิม ขณะเดียวกัน ก็ค่อย ๆ ตั้งหลักปักฐานในดินแดนที่ไปอาศัยอยู่ จนเติบโตและเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


คุณนิศาชล ไทยทอง นักวิจัยชาวไทยจากสถาบันวิจัยจีน-อาเซียน มหาวิทยาลัยกว่างซี แสดงความเห็นว่า จดหมายรักถึงอาม่า เปี่ยมไปด้วยไออุ่นแห่งความเป็นมนุษย์และพลังแห่งความหวัง การติดต่อสื่อสารผ่านจดหมายที่ยาวนานเกือบ 20 ปี แสดงให้เห็นถึงความปรารถนาดี และความห่วงใยอันเรียบง่ายที่สุดระหว่างมนุษย์ด้วยกัน ทำให้ผู้ชมได้เห็นถึงการรักษาความผูกพันของผู้คน


ปัจจุบัน คนไทยยังเข้าร่วมทำกิจกรรมในเทศกาลต่าง ๆ เช่น ตรุษจีน ไหว้พระจันทร์ และเทศกาลกินเจอย่างแพร่หลาย ขณะที่อาหารรสชาติท้องถิ่นแต้จิ๋วอย่างข้าวขาหมู ก๋วยเตี๋ยว และออส่วน ก็ถูกหลอมรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างอาหารการกินในชีวิตประจำวันของคนไทย นอกจากนี้ คำศัพท์ภาษาจีนจำนวนหนึ่งยังได้เข้าสู่ระบบการสื่อสารของภาษาไทยจากการใช้งานมาอย่างยาวนาน สะท้อนถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม


เธอมองว่า วัฒนธรรมแต้จิ๋วที่มีการเผยแพร่และพัฒนาในไทยมาอย่างยาวนาน ได้หลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิตในสังคมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง กลุ่มผู้อพยพชาวแต้จิ๋วที่มาสร้างตัวในยุคแรก ๆ ได้สร้างชื่อเสียงในด้านการค้าและกิจการสาธารณประโยชน์ กลายเป็นอีกแง่มุมหนึ่งของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนกับไทย


การหลอมรวมในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น สะท้อนผ่านความเข้าใจแก่นแท้แห่งจิตใจระหว่างกัน ทั้งแนวคิดเรื่องความกตัญญู ค่านิยมด้านครอบครัว และแนวคิดเรื่องการทำความดีที่วัฒนธรรมแต้จิ๋วให้ความสำคัญนั้น ก็สอดคล้องและเชื่อมโยงกับค่านิยมทางจริยธรรมบางประการของสังคมไทย คำว่า “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” จึงไม่ใช่เพียงคำพูดลอย ๆ แต่เป็นรากฐานทางอารมณ์ที่เกิดจากการไปมาหาสู่กันมาอย่างยาวนาน


ด้านคุณหลินฮุ่ยเจียง ประธานสมาคมวิจัยวัฒนธรรมการโอนเงินของชาวจีนโพ้นทะเลตงซิง เป็นทายาทชาวจีนโพ้นทะเลรุ่นที่สาม เล่าว่า เขาเกิดที่ไทยก่อนจะย้ายมาพำนักถาวรที่เมืองตงซิง ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง และอุทิศตนให้กับการศึกษาค้นคว้าและจัดระเบียบข้อมูลวัฒนธรรมโพยก๊วนมาอย่างยาวนาน หลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉาย ก็มีผู้ชมจำนวนมากเดินทางมาเยี่ยมชมสถานที่จัดแสดงวัฒนธรรมโพยก๊วนที่เขาร่วมบริหารจัดการ


คุณลักษณะที่สำคัญที่สุดของชาวจีนโพ้นทะเลคือความรักในประเทศชาติและบ้านเกิด ร้อยปีที่ผ่านมา ชาวจีนโพ้นทะเลในต่างแดนรักษาการเชื่อมโยงติดต่อกับแผ่นดินเกิดในแต่ละยุคสมัย ผ่านรูปแบบต่าง ๆ เช่น การส่งจดหมาย การทำธุรกิจ และงานสาธารณกุศล ขณะเดียวกัน ก็มีส่วนร่วมพัฒนาประเทศที่ตนเข้าไปตั้งถิ่นฐาน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้คนรุ่นใหม่ได้รับรู้ และเข้าใจประวัติศาสตร์ในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อให้จิตวิญญาณของชาวจีนโพ้นทะเลยังคงได้รับการสืบทอดต่อไป.

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA