เมื่อวันที่ 31 พ.ค. นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ อ.ระโนด จ.สงขลา ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า เพื่อติดตามปัญหา และรับฟังความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ต.ท่าบอน และ ต.ปากแตระ โดยร่วมตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง พร้อมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาด้านการสัญจรทางน้ำ การป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า ได้ลงพื้นที่ใน ต.ท่าบอน จุดแรก บริเวณวัดท่าบอน หมู่ที่ 3 พบว่า ทางขึ้น-ลงเรือประมงของชาวบ้านเกิดปัญหาการตื้นเขิน ขณะที่หินเรียงบริเวณแนวเขื่อนบางส่วนได้เคลื่อนตัว และตกหล่นกีดขวางเส้นทางสัญจรทางน้ำ ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพประมงของประชาชนในพื้นที่ จึงมีความจำเป็นต้องเร่งศึกษา และกำหนดแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม เพื่ออำนวยความสะดวก และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินเรือ

จากนั้นได้ลงพื้นที่เขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งของกรมเจ้าท่าในพื้นที่หมู่ที่ 3 ซึ่งยังคงมีสภาพแข็งแรง และสามารถป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งได้ตามวัตถุประสงค์ รวมถึงช่วยลดผลกระทบจากคลื่นลมทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามพบว่า ท่อระบายน้ำบางส่วนมีสภาพชำรุด จึงควรได้รับการซ่อมแซม และปรับปรุงโดยเร็ว เพื่อให้ระบบระบายน้ำสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

นายสรรเพชญ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้ติดตามพื้นที่ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ส่งผลให้พื้นที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นลมมรสุมที่พัดเข้าหาฝั่งโดยตรง โดยเห็นว่าควรมีการศึกษาและออกแบบมาตรการป้องกันชายฝั่งที่เหมาะสม ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักวิชาการที่เกี่ยวข้อง ส่วนในพื้นที่ ต.ปากแตระ ได้ลงสำรวจบริเวณชายฝั่งที่ประสบปัญหาการกัดเซาะเป็นระยะทางประมาณ 700 เมตร ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งและความเป็นอยู่ของประชาชนในบริเวณดังกล่าว โดยมีแนวคิดในการก่อสร้างแนวกันคลื่น เพื่อลดความรุนแรงของคลื่น และป้องกันการกัดเซาะ ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวได้ผ่านการศึกษารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว จึงสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการพิจารณาผลักดันโครงการในขั้นตอนต่อไปได้

ขณะที่บริเวณปากน้ำปากแตระ ประชาชนในพื้นที่ได้เสนอให้ก่อสร้างปะการังเทียม หรือโครงสร้างป้องกันคลื่น เพื่อช่วยลดผลกระทบจากคลื่นลม ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจรทางน้ำ และการประกอบอาชีพประมงของชาวบ้าน โดยในขั้นตอนต่อไปจะต้องศึกษาความเหมาะสมของโครงการตามหลักวิชาการ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน

นายสรรเพชญ กล่าวด้วยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการรับฟังปัญหา และข้อเสนอจากประชาชนโดยตรง เพื่อนำข้อมูลไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการศึกษา และผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยคำนึงถึงทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ความปลอดภัยในการสัญจรทางน้ำ และการสนับสนุนอาชีพของประชาชนในพื้นที่ควบคู่กันไป.



