เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความลงในเพจหมอเจด โดยมีเนื้อหาระบุว่า
เครียดทุกวัน ฟังดูเหมือนเรื่องปกติของคนทำงานนะครับ งานก็ต้องทำ เงินก็ต้องหา บ้านก็ต้องดูแล ลูกก็ต้องรับผิดชอบ บางคนเลยบอกว่า “ไม่เครียดได้ยังไงหมอ ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ” ผมเข้าใจครับ แต่เข้าใจไม่ได้แปลว่าให้ปล่อยยาวนะ เพราะถ้าเครียดทุกวัน นอนก็น้อย กินก็มั่ว สมองแทบไม่ได้พัก สุดท้ายมันไม่ใช่แค่อารมณ์เสียครับ ร่างกายมันอาจเข้าสู่ภาวะอักเสบเรื้อรังได้ รวมถึงสมองด้วย
1. เครียดนิดหน่อยไม่ใช่ปัญหา แต่เครียดทุกวันนี่แหละที่น่าห่วง
ความเครียดระยะสั้น ร่างกายรับได้ครับ มันช่วยให้เราตื่นตัว แก้ปัญหา เอาตัวรอด แต่ถ้าเครียดสะสมทุกวัน ร่างกายจะเหมือนเปิดโหมดเตรียมสู้ตลอดเวลา คอร์ติซอลและฮอร์โมนเครียดต่าง ๆ ขึ้นบ่อย ระบบภูมิคุ้มกันก็รวน การอักเสบในร่างกายก็เพิ่มง่ายขึ้น พูดง่าย ๆ คือเราไม่ได้เครียดแค่ในใจ แต่ทั้งร่างกายรับผลไปด้วยครับ
2 . สมองอักเสบไม่ได้แปลว่าต้องปวดหัวหนักเสมอไป
หลายคนได้ยินคำว่าสมองอักเสบแล้วคิดว่าต้องเป็นหนัก เข้าโรงพยาบาล ไข้สูง ชัก หรือหมดสติ อันนั้นเป็นอีกแบบครับ แต่ที่ผมพูดถึงคือการอักเสบระดับต่ำ ๆ จากความเครียดเรื้อรัง นอนน้อย น้ำตาลแกว่ง ลำไส้รวน และพฤติกรรมที่ทำร้ายร่างกายซ้ำ ๆ มันอาจทำให้สมองทำงานแย่ลงแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น คิดช้า สมาธิสั้น จำอะไรไม่ค่อยได้ หงุดหงิดง่าย หรือหมดแรงใจง่ายขึ้น
3 . อาการที่หลายคนเจอ แต่ไม่คิดว่าเกี่ยวกับความเครียด
บางคนเริ่มลืมง่ายกว่าเดิม อ่านอะไรไม่ค่อยเข้าหัว ทำงานช้าลง หัวตื้อทั้งวัน นอนแล้วก็ยังไม่สดชื่น หงุดหงิดกับเรื่องเล็ก ๆ หรืออยากกินหวานมากขึ้น พวกนี้ไม่ได้แปลว่าสมองพังทันทีนะครับ แต่อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายเหนื่อยเกินไปแล้ว อย่าด่าแต่ตัวเองว่าไม่มีวินัยหรือขี้เกียจอย่างเดียว ลองดูด้วยว่าเราใช้ร่างกายหนักเกินไปไหม
4 นอนน้อยกับกินหวาน ยิ่งเติมไฟให้สมองล้า
เครียดอย่างเดียวก็หนักแล้ว แต่หลายคนพอเครียดก็นอนดึก ไถมือถือ กินหวาน กินแป้ง กินกาแฟเพิ่ม แล้วบอกว่าทำไมสมองไม่โล่ง อันนี้มันชัดครับ ถ้านอนน้อย สมองซ่อมตัวเองไม่เต็มที่ ถ้าน้ำตาลแกว่ง ร่างกายก็เหนื่อยเพิ่ม ถ้ากินของทอด อาหารแปรรูปบ่อย การอักเสบก็ยิ่งมา แบบนี้สมองจะสดใสทุกวันได้ยังไงครับ
5 ลำไส้ก็เกี่ยว เพราะความเครียดไม่ได้อยู่แค่หัว
คนเครียดสะสมหลายคนท้องอืด ท้องเสีย ท้องผูก กรดไหลย้อน หรือถ่ายไม่เป็นเวลา อันนี้ไม่แปลกครับ เพราะสมองกับลำไส้คุยกันตลอดเวลา ถ้าเครียด ลำไส้รวน พอลำไส้รวน การอักเสบและภูมิคุ้มกันก็รวนตามได้ สุดท้ายสมองก็โดนกระทบอีกที เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่าเครียดแล้วแค่ปวดหัวอย่างเดียว ท้องก็รับกรรมด้วยครับ
ถ้าไม่อยากให้เครียดสะสมจนสมองล้า เริ่มลดแบบนี้ก่อน
• นอนให้เป็นเวลา อย่าปล่อยให้ตีหนึ่งตีสองเป็นเรื่องปกติทุกคืน
• ลดมือถือก่อนนอน เพราะสมองทำงานมาทั้งวันแล้ว อย่าไปกระตุ้นมันต่อ
• เดินวันละ 10–20 นาที ไม่ต้องรอพร้อม ไม่ต้องรอมีชุดกีฬา
• ลดน้ำหวาน กาแฟหวาน ของทอด และอาหารแปรรูป เพราะพวกนี้ทำให้น้ำตาลแกว่งและอักเสบง่าย
• กินโปรตีน ผัก ไฟเบอร์ และอาหารที่มีจุลินทรีย์ดี เพื่อช่วยทั้งลำไส้และระบบอักเสบ
• ฝึกหายใจช้า ๆ วันละไม่กี่นาที ฟังดูง่าย แต่ถ้าทำจริงมันช่วยดึงร่างกายลงจากโหมดเครียดได้
• ถ้าเครียดจนกินไม่ได้ นอนไม่ได้ ร้องไห้บ่อย ใจสั่น หรือไม่อยากใช้ชีวิต อย่าฝืนคนเดียวครับ ควรคุยกับคนที่ช่วยได้
เอาตรง ๆ ครับ เครียดสะสมไม่ใช่เรื่องเท่ ไม่ใช่เครื่องหมายว่าขยัน และไม่ใช่อะไรที่ควรปล่อยให้ชิน ถ้ายังนอนดึก กินหวาน ใช้กาแฟลากตัวเองไปวัน ๆ แล้วไม่เคยให้สมองได้พักเลย วันหนึ่งร่างกายมันก็ฟ้องออกมาเอง เริ่มลดความเครียดลงทีละนิด นอนให้ดีขึ้น กินให้ดีขึ้น ขยับตัวบ้าง สมองจะได้ไม่ต้องรับภาระหนักทุกวันครับ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ



