ข่าวการสูญเสีย “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์หนุ่มสายท่องเที่ยวผู้เป็นที่รักของแฟนคลับหลายหมื่นคน ได้สร้างความตกใจและความโศกเศร้าอย่างใหญ่หลวงให้กับคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นไกลถึงประเทศจอร์เจีย และมีรายงานว่าทางการท้องถิ่นเปิดการสอบสวนด้วย “มาตรา 115” จนเกิดกระแสความเข้าใจผิดและคำถามตามมาในสังคมว่า คดีนี้ถูกสรุปสาเหตุการเสียชีวิตเร็วเกินไปหรือไม่? และอันที่จริงกฎหมายดังกล่าวมีไว้เพื่ออะไรกันแน่?
-‘ว่านไฉ’ เผยตำรวจจอร์เจียพบร่าง ‘ฮลุน โซโล่’ ตั้งแต่ 14 ก.ค. ครอบครัวสงสัยทำไมแจ้งช้าเกือบ 2 อาทิตย์!
ทำไมทางการจอร์เจียจึงใช้ “มาตรา 115”?
ในความเป็นจริง ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระบุว่า มาตรานี้คือ “กุญแจทางกฎหมาย” ที่ใช้เปิดประตูสู่การสอบสวนอย่างเป็นระบบ ด้วยเหตุผลสำคัญ 4 ประการ ดังนี้…
1.การปักหลักเปิดสำนวน เพราะเมื่อพบศพในสถานที่ปิดและไม่มีร่องรอยการต่อสู้ที่เห็นชัดเจนทันที กฎหมายบังคับให้ต้องเลือกหมวดความผิดพื้นฐานเพื่อเริ่มคดี ซึ่งมาตรา 115 เป็นหมวดที่ครอบคลุมการเสียชีวิตที่ไม่ทราบสาเหตุได้กว้างที่สุด
2.การมอบอำนาจทางกฎหมายให้เจ้าหน้าที่ การตั้งคดีตามมาตรานี้ช่วยให้ตำรวจสามารถดำเนินการได้หลายอย่าง
-ส่งร่างไปชันสูตรพลิกศพอย่างเต็มรูปแบบที่สถาบันนิติเวช (รวมถึงการตรวจสารพิษและร่องรอยทางชีววิทยา)
-อายัดและตรวจสอบพยานหลักฐานดิจิทัล เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และกล้องถ่ายรูป
-ตรวจสอบกล้องวงจรปิด (CCTV) และประวัติการใช้คีย์การ์ดของโรงแรม
3.การสืบหาปัจจัยภายนอก เป็นการเปิดช่องให้สอบสวนว่ามีบุคคลที่สามเข้ามาข่มขู่ กดดัน หรือบีบบังคับทางจิตใจจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตหรือไม่
4.ความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนข้อหา เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เมื่อทราบผลชันสูตร เจ้าหน้าที่สามารถเปลี่ยนฐานความผิดให้ตรงกับข้อเท็จจริงได้ทันที

บทลงโทษตาม “มาตรา 115”
มาตรา 115 มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “การยุยงหรือผลักดันให้บุคคลอื่นฆ่าตัวตาย” โดยกฎหมายได้ระบุรายละเอียดความผิดและบทลงโทษไว้ มีทั้ง “ฐานความผิดทั่วไป” จากการทำให้ผู้อื่นฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตาย โดยการข่มขู่ การปฏิบัติอย่างโหดร้าย/ทารุณ หรือการดูหมิ่นเกียรติและศักดิ์ศรี โทษจำคุกตั้งแต่ 2 ถึง 4 ปี
“ฐานความผิดฉกรรจ์” หากการกระทำเกิดจากการไม่ยอมรับความเท่าเทียมทางเพศ หรือเป็นการกระทำความผิดซ้ำ มีบทลงโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ถึง 6 ปี และ “บทลงโทษเพิ่มเติม” โดยศาลอาจมีคำสั่งเพิกถอนหรือจำกัดสิทธิในการครอบครองและใช้อาวุธของผู้กระทำผิด

ทิศทางคดีในอนาคต?
การใช้มาตรา 115 เป็นเพียง “เครื่องมือเชิงกระบวนการ” ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย หากผลการชันสูตรพลิกศพและหลักฐานใหม่ปรากฏขึ้น พนักงานสอบสวนสามารถปรับเปลี่ยนฐานความผิด ได้ 3 แนวทาง คือ 1.หากพบว่าเป็นฆาตกรรม จะเปลี่ยนเป็น มาตรา 108 (ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา) 2.หากพบว่าเป็นอุบัติเหตุ จะเปลี่ยนเป็น มาตรา 116 (ข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย) และ 3.หากพบว่าเกิดจากโรคประจำตัวหรือเหตุธรรมชาติ พนักงานสอบสวนจะสั่ง ปิดคดี..



