สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ว่า สำนักงานคณะกรรมการความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต “อีเซฟตี” (eSafety) ระบุว่า หน่วยงานเริ่มดำเนินการฟ้องร้อง หลังจากเทเลแกรมไม่ลบคลิปวิดีโอการประหารชีวิตโดยผู้ก่อการร้าย และการกราดยิง
นางจูลี อินแมน แกรนต์ กรรมาธิการของอีเซฟตี กล่าวในแถลงการณ์ว่า คดีนี้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เชื่อมโยงกับการกระทำที่ฉาวโฉ่ที่สุดบางส่วน ของความรุนแรงจากลัทธิสุดโต่งในประวัติศาสตร์ยุคปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีก่อการร้ายในเมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์ และเมืองบัฟฟาโลของสหรัฐ
“เรากล่าวหาว่า เนื้อหาเหล่านี้ยังคงเข้าถึงได้บนบริการของแพลตฟอร์ม หลังเทเลแกรมได้รับการแจ้งเตือนเป็นเวลานานแล้ว” แกรนต์ กล่าวเพิ่มเติม
Australia's internet regulator said it had begun legal action against messaging platform Telegram over alleged failings to tackle pro-terror posts https://t.co/TBo7yCPsz0
— Reuters (@Reuters) July 30, 2026
นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังระบุว่า การไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และมาตรฐานของออสเตรเลีย อาจส่งผลให้ถูกปรับทางแพ่งเป็นจำนวนเงินสูงสุด 54.6 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 1,280 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม โฆษกของเทเลแกรมแสดงความเห็นตอบกลับว่า เทเลแกรมปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้ และจะต่อสู้คดีในศาล พร้อมกับเสริมว่า ความพยายามต่อต้านการก่อการร้ายของเทเลแกรมนั้นเป็นที่ทราบกันดี โดยแพลตฟอร์มทำการบล็อกชุมชนลัทธิสุดโต่งหลายพันแห่งในปี 2569 เพียงปีเดียว
ในเอกสารที่ยื่นต่อศาล อีเซฟตีระบุว่า ผู้ใช้งานเทเลแกรมในออสเตรเลียร้องเรียนไปยังแพลตฟอร์ม เกี่ยวกับการพบเห็นโพสต์ 12 โพสต์ที่มีเนื้อหาสนับสนุนการก่อการร้าย ระหว่างเดือน ก.ค.-ต.ค. ปีที่แล้ว แต่เทเลแกรมล้มเหลวในการลบโพสต์ 10 โพสต์ หรือระงับหรือบล็อกบัญชีที่โพสต์เนื้อหาเหล่านั้น.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS


