นอกจากนี้ “กัปตันพู่” พรพรรณ เกิดปราชญ์ มือเซตกัปตันทีมชาติไทย และ นักตบลูกยางสาวไทย ต่างก็ประกาศด้วยความมั่นใจเช่นกันว่า เป้าหมายของเราคือ “แชมป์” เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม จากผลงานอันกระท่อนกระแท่นในศึกเนชันส์ ลีก 2026 ที่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้นอย่างสุดตัว รวมทั้งจากการที่เราต้องเดินทางไปป้องกันแชมป์บนแผ่นดินจีน โดยมีกระดูกชิ้นโตอย่าง ญี่ปุ่น และทีมเจ้าภาพอย่าง จีน ยืนขวางหน้าอยู่ ทำให้หลายคนยังไม่กล้าปักใจเชื่อว่า ทีมลูกยางสาวไทย จะป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ตามที่ประกาศเอาไว้

ทว่าสุดท้าย สาวไทย ก็สามารถสร้าง “ปาฏิหาริย์แห่งเทียนจิน” ขึ้นมาได้จริง ๆ เมื่อจัดการการล้ม ทีมชาติจีน แบบสุดระทึก 3-2 เซต ต่อหน้าผู้ชมเรือนหมื่นใน เทียนจิน โอลิมปิก เซ็นเตอร์ ยิมเนเซียม พร้อมผงาดคว้าแชมป์เอเชียมาครองเป็นสมัยที่ 4
ที่สำคัญ ทีมลูกยางสาวไทย ยังสร้างประวัติศาสตร์คว้าตั๋วไปลงชิงชัยในกีฬาโอลิมปิกได้เป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งมันก็อาจจะเป็นอย่างที่ พรพรรณ พูดเอาไว้หลังเกมชนะ จีน ว่า “เจ้เขียว หรือ เทพีเสรีภาพ น่าจะชอบเรา”

แน่นอนว่า ความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย
มันเกิดขึ้นจากการเตรียมทีมอย่างยาวนานอย่างน้อยก็ตลอดช่วงเวลา 2 ปี นับตั้งแต่ “โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หวนกลับมารับงานคุมทีมชาติไทยอีกครั้ง
สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย โค้ชอ๊อต และทีมงานทุกคน ค่อย ๆ สร้างทีมชุดนี้ขึ้นมาอย่างเป็นระบบ โดยนอกจากเรื่องทักษะ และกลยุทธ์ในการเล่นต่าง ๆ แล้ว ทีมชุดนี้ยังถูกเคี่ยวจนมีสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างผิดหูผิดตา
อีกทั้งการได้คีย์แมนอย่าง “บุ๋มบิ๋ม” ชัชชุอร โมกศรี ซึ่งบาดเจ็บไหล่จนต้องพักไปนานถึง 7 เดือน กลับมาประสานงานกับผู้เล่นตัวหลักอย่าง พรพรรณ, พิมพิชยา ก๊กรัมย์, ศศิภาพร จันทวิสูตร, ปิยะนุช แป้นน้อย และ ทัดดาว นึกแจ้ง รวมทั้งกำลังสำคัญอย่าง แก้วกัลยา กมุลทะลา, ณัฏฐณิชา ใจแสน, จิดาภา นาหัวหนอง และ อัจฉราพร คงยศ และผู้เล่นสายเลือดใหม่อย่าง กัญญารัตน์ ขุนเมือง, วิมลรัตน์ ทะนะพันธุ์, กัลยรัตน์ คำวงษ์ และ วริศรา ศรีทาเลิศ ก็ยิ่งทำให้เกมของ ไทย มีความสมดุลทั้งในเกมรุก และเกมรับมากขึ้นอีกด้วย
ดังนั้นจึงสามารถพูดได้เลยว่า เราเดินทางมาป้องกันแชมป์เอเชียครั้งนี้ ด้วยทีมชุดที่มีขุมกำลังแข็งแกร่งไม่แพ้ “ยุคเจ็ดเซียน” ที่มีนักกีฬาระดับตำนานอย่าง ปลื้มจิตร์ ถินขาว, นุศรา ต้อมคำ, อรอุมา สิทธิรักษ์, วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, อำพร หญ้าผา, มลิกา กันทอง และ วรรณา บัวแก้ว เป็นตัวชูโรงเลยทีเดียว

ความฝันในการเดินทางไปล่าเหรียญรางวัลในกีฬาโอลิมปิกของ ทัพลูกยางสาวไทย เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นในปี 2009 พร้อมกับการถือกำเนิดของ “เจ็ดเซียน”
เราเคยเกือบทำได้ในปี 2012 หลังเอาชนะได้ทั้ง เซอร์เบีย และ คิวบา และจะคว้าตั๋วไปกีฬาโอลิมปิกที่ลอนดอนได้ทันที หาก ญี่ปุ่น ไม่แพ้ เซอร์เบีย 2-3 เซต
แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะนรกชัง หรือ สวรรค์แกล้ง เมื่ออยู่ดี ๆ ญี่ปุ่น ที่ขึ้นนำ เซอร์เบีย 2-1 เซต ก็เครื่องชอตไปดื้อ ๆ และพลิกกลับแพ้ สาวเซิร์บ ไป 2-3 เซต ซึ่งเป็นผลการแข่งขันที่ดับฝันในการคว้าตั๋วกีฬาโอลิมปิกของไทยไปพร้อมกับคราบน้ำตาของ โค้ชอ๊อต และลูกทีม

จากนั้นในปี 2016 ไทย มีโอกาสจะคว้าตั๋วไปกีฬาโอลิมปิก ที่ริโอ เดอ จาเนโร อีกครั้ง โดยเงื่อนไขคือการเอาชนะ ญี่ปุ่น ในเกมชี้ชะตาให้ได้
ทว่าในขณะที่ ขึ้นนำอยู่ 12-6 ในเซตตัดสิน และต้องการอีกเพียง 3 คะแนน เพื่อคว้าตั๋วโอลิมปิกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สาวไทย กลับเจอฝันร้ายจากการที่แท็บเล็ตชาเลนจ์ และระบบเปลี่ยนตัวเกิดขัดข้องขึ้นมา
ตอนนั้นผู้ตัดสินปฏิเสธที่จะตรวจสอบลูกฟาวล์ของญี่ปุ่น กระทั่ง “โค้ชอ๊อต” และ “กัปตันหน่อง” ปลื้มจิตร์ ต้องเข้าไปขอคำอธิบาย และโดนใบแดง ซึ่งหมายความว่า เรายกคะแนนให้ ญี่ปุ่น ไปฟรีๆ 2 แต้ม

สุดท้าย ไทย พลิกกลับมาแพ้ 13-15 จบรอบคัดเลือกไทยมี 12 คะแนน โดน เกาหลีใต้ ที่มี 13 คะแนน ปาดหน้าคว้าตั๋วโอลิมปิกไปครองอย่างน่าเจ็บใจ
เท่านั้นยังไม่พอ ในรอบคัดเลือก กีฬาโอลิมปิก 2020 ที่โตเกียว ทีมชาติไทย ได้รับโอกาสทองฝังเพชร เมื่อได้ลงเล่นแมตช์ชี้ชะตากับ เกาหลีใต้ ต่อหน้ากองเชียร์ของตัวเองที่จังหวัดนครราชสีมา ภายใต้เงื่อนไขว่า ชนะ = คว้าตั๋วไปโอลิมปิก
แต่สุดท้าย ไทย กลับพ่าย ทีมโสมขาว ไปขาดลอย 0-3 เซต ฝันสลายต่อหน้ากองเชียร์ในบ้านตัวเอง

ขณะที่ความพยายามครั้งล่าสุด ในรอบคัดเลือก กีฬาโอลิมปิก 2024 ที่ปารีส นั้น ไทย เปิดหัวรอบคัดเลือกด้วยการแพ้ เยอรมนี และสหรัฐ แต่นักตบสาวไทยไม่ยอมแพ้ และสร้างแมตช์แห่งความทรงจำด้วยการล้มเจ้าภาพโปแลนด์ 3-2 จบรอบคัดเลือกเป็นอันดับ 4 ของกลุ่ม (ชนะ 4 แพ้ 3) แต่ยังดีไม่พอสำหรับโควตา 2 อันดับแรก แถมคะแนนสะสมอันดับโลกก็ไม่มากพอจะลุ้นโควตาหลังจบ VNL 2024 ตกขบวนปารีสไปอีกครั้ง
ทว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั่น เมื่อสุดท้าย ทีมลูกยางสาวไทย ก็สามารถสานฝันของรุ่นพี่ชุดเจ็ดเซียน และทุกชุดก่อนหน้านั้น ได้สำเร็จ ด้วยการสร้างปาฏิหาริย์ล้ม จีน ลงได้บนแผ่นดินจีน พร้อมคว้าตั๋วไปลุยกีฬาโอลิมปิก “ลอส แอนเจลิส 2028” ได้อย่างยิ่งใหญ่เป็นชาติที่ 3 ต่อจาก สหรัฐ เจ้าภาพ และ แคนาดา แชมป์นอร์เซกา (อเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และแคริบเบียน).



