วันนี้คนจำนวนมากเริ่มรู้จัก AI ผ่านการใช้งาน AI แบบฟรี เช่น การถามคำถามทั่วไป การช่วยเขียนข้อความ หรือการสรุปข้อมูลเบื้องต้น แต่เมื่อเริ่มนำ AI ไปใช้กับงานจริง หรือใช้ในเชิงลึกมากขึ้น เช่น ทำคอนเทนต์ วิเคราะห์ข้อมูล สร้างภาพ ทำรีเสิร์ช เขียน proposal เตรียม resume หรือช่วยขายของออนไลน์ ฯลฯ
ผู้ใช้จำนวนมากจะเริ่มเจอข้อจำกัดของ AI ฟรี ทั้งด้านจำนวนการใช้งาน ความสามารถของโมเดล ความต่อเนื่องของงาน และความลึกของผลลัพธ์ที่ได้จากการสั่ง Prompt การใช้งานให้ได้ประสิทธิภาพจำเป็นต้องใช้ AI ระดับ Pro ซึ่งผู้ใช้งานต้อง subscription หรือเสียค่าบริการรายเดือนเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดจากการใช้งาน AI
ลองคิดดู หากเราสามารถใช้ AI ในการเรียน เช่น ทำ presentation ทำคอนเทนต์ วิเคราะห์ข้อมูล ต้องใช้เวลาเป็นวันๆ แต่เมื่อใช้ AI ช่วย เหลือเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง หรือการทำงาน ใช้ข่วยเขียนโค้ด สร้างรูปภาพหรือวิดีโอ ใช้เวลาไม่นาน ก็ Gen ภาพออกมาได้ สามารถนำเวลาไปทำงานอย่างอื่นๆ ถือเป็นการช่วยเร่ง productivity ขององค์กรให้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การต้องจ่ายเงิน subscription เป็นรายเดือน ในราคา 700-1,000 บาทต่อเดือน หรือ ตกปีละเกือบ 1 หมื่นบาทเพื่อใช้งาน AI ระดับโปร อาจจะไม่ใช่ทุกคนที่พร้อมจ่าย เพราะถือว่าเป็นภาระไม่น้อยในภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น และหากใครที่จำเป็นต้องใช้ AI ในหลายตัว ที่มีในท้องตลาด ก็คงยังไม่พร้อมจ่ายหลายแพลตฟอร์มพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะนักศึกษา คนทำงานเริ่มต้น ฟรีแลนซ์ SME พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และประชาชนทั่วไปที่อยากทดลองใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ ที่มีความสามารถหรือฟีเจอร์ ที่มากกว่า AI ฟรี อาจเข้าไม่ถึงเครื่องมือ AI ระดับ Pro
การใช้ “AI ฟรีหรือเสียเงิน” จึงไม่ใช่ประเด็นสำคัญ หากใครเพิ่งเริ่มใช้งาน AI ก็สามารถใช้ในเวอร์ชัน ฟรี ได้ แต่หากต้องงการใช้งานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น จำเป็นต้องใช้งาน AI Pro แต่การใช้ AI Pro ไม่ควรเป็นเรื่องของคนที่พร้อมจ่ายเท่านั้น
จากข้อจำกัดดังกล่าว รัฐบาลจึงได้ทำโครงการ AI Passport ที่จะเข้ามามีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหานี้ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและกระจายโอกาสให้คนไทยได้จำนวนมาก โครงการนี้จะช่วยให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีระดับโปร ด้วยการให้สิทธิคนไทยจำนวน 5 ล้านคน ได้สิทธิใช้ AI Pro ฟรี ในระยะเวลา 1 ปี จากผู้พัฒนา AI ระดับโลกมากกว่า 10 แพลตฟอร์ม อาทิ ChatGPT, google gemini, Microsoft Copilot ฯลฯ
สำหรับรูปแบบโครงการนี้ จะไม่ใช่แค่โปรแกรมแชตบอต ใช้เอไอธรรมดา แต่ในสิทธินี้ จะเปิดโอกาสให้คนไทยได้พัฒนาทักษะการใช้งาน AI ขั้นสูง คอร์สอบรมจากกลุ่มยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีระดับโลก ที่จะสอนทักษะการประยุกต์ใช้เอไอในระดับสากล พร้อมมีระบบหมุนเวียนสิทธิอัตโนมัติสำหรับผู้ที่ไม่ใช้งาน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดต่อภาครัฐและประชาชน
นอกจากนี้การใช้งานจะไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล โดยจะปิดกั้นและป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวดตามกฎหมาย พีดีพีเอ แต่ในเรื่องข้อมูลการใช้งาน จะมีการรวบรวมเพื่อใช้ในการพัฒนาระบบเอไอของไทย คือ “ไทยแอลแอลเอ็ม” ได้เรียนรู้พฤติกรรมและภาษาไทยเชิงลึก นำไปสู่การพัฒนา “ระบบอธิปไตยทางดิจิทัล” ของประเทศไทยให้ก้าวหน้าและรวดเร็วยิ่งขึ้น สำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักจะเน้นไปที่กลุ่มเด็กจบใหม่ หรือ เฟิร์ส จ๊อบเบอร์ ที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงานยุคปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วย เอไอ โครงการนี้จะเป็นเสมือนอาวุธติดตัวให้คนรุ่นใหม่สู้ในตลาดงานได้
ถือเป็นการเปิดประตูให้คนไทย มีโอกาสในการเข้าถึงเครื่องมือที่ดี และได้ฝึกใช้จนเกิดทักษะจริงและสร้างผลลัพธ์จริงทั้งในเรื่องการเรียน ทำงาน ช่วยกระดับทักษะของตนเอง และองค์กรที่ทำงาน
เมื่อคนไทยพัฒนาทักษะของตนเอง จนทำไปสู่การยกระดับ productivity ด้านการเรียน และ ทำงาน ซึ่งจะส่งผลต่อเรื่องไปยัง productivity ของเศรษฐกิจประเทศ ให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้มากขึ้น หากมองไปยังประเทศอื่นๆ ต่างก็เร่งลงทุน พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนในประเทศ มี AI Literacy หรือ ความฉลาดรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ มีทักษะและความสามารถในการเข้าใจ ใช้งานเทคโนโลยี AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การใช้งาน แค่ถาม ตอบ หาข้อมูลเท่านั้น
ไม่ต้องไปไกล อย่างประเทศสิงคโปร์ ได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ National AI Strategy (NAIS) ผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เป็นการนำ AI มาเป็นหนึ่งในเครื่องมือยกระดับและพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งมีการตั้งกองทุนและเงินสนับสนุน โดยจัดตั้งหน่วยงาน AI Singapore (AISG) เพื่อสนับสนุนทุนวิจัย พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) และสร้างศูนย์ความเป็นเลิศด้าน AI (Centers of Excellence) ในอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นต้น ขณะที่การพัฒนาทักษะคน ก็มีการแจก AI ใช้ฟรี 6 เดือน พร้อมคอร์สอบรม เช่นกัน AI จึงไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการช่วย “ลดเวลา ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพงาน เพิ่มรายได้ และเพิ่มโอกาส” ได้อีกด้วย
โครงการ AI Passport จึงเข้ามาช่วย “ลดช่องว่าง ลดต้นทุนดิจิทัล” ให้คนไทยได้ใช้ AI เป็นและใช้สร้างโอกาสได้จริง พร้อมรับกับเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต..



