เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ โดย ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ และประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา และนางจิตติมา บุญวิทยา ผอ.ไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “7 ปาฏิหาริย์ : ชัชชาติจึงจะแพ้”
โดยมีกลุ่มตัวอย่าง 2,237 ราย เป็นผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปที่มีสิทธิเลือกตั้งใน กทม. และจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่จะมาถึง สำรวจระหว่างวันที่ 25-29 พ.ค. 69 ในพื้นที่ กทม. เป็นการลงพื้นที่สำรวจ 100% ซึ่งปรากฏว่า คนกรุงต้องการผู้นำ “ติดดิน รู้จริง โปร่งใส มีวิสัยทัศน์เชิงรุกกล้าเปลี่ยนเมือง” มุ่งเร่งแก้ปัญหารถติด ค่าเดินทางแพง ฝุ่น PM 2.5 ขยะ และเปิดพื้นที่ทำกินให้คนตัวเล็ก

ขณะคะแนนนิยมพบนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นำโด่งชัดเจน 35.99% ขณะอันดับ 2 ยังไม่ตัดสินใจ/ยังไม่มีคนที่ถูกใจ 20.16% ส่วนอันดับ 3 เป็นชื่อนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร 13.77% อันดับ 4 อนุชา บูรพชัยศรี 8.49% อันดับ 5 มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข 6.84%
อันดับ 6 ชาญเทพ เสสะเวช 4.07% อันดับ 7 ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี 3.44% อันดับ 8 คมสัน พันธุ์วิชาติกุล 2.86% และผู้สมัครท่านอื่น ๆ 2.19% ได้แก่ ประยูร ครองยศ , พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์, วีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล และโหวตโน 2.19%
ส่วนสิ่งที่คนกรุงอยากให้ผู้ว่าฯ กทม.ทำทันทีมากที่สุด อันดับ 1 แก้รถติด-ลดค่าเดินทาง 19.49% อันดับ 2 แก้ฝุ่น PM 2.5 ควบคุมมลพิษ และจัดการขยะ 15.33% อันดับ 3 เปิดพื้นที่ทำกิน ช่วยเหลือคนตัวเล็กค้าขายและจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย 13.68% อันดับ 4 แก้น้ำท่วมซ้ำซาก ลอกท่อระบายน้ำและพัฒนาคูคลอง 12.87% อันดับ 5 พัฒนาสวัสดิการ โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และสาธารณสุขชุมชน 10.37%
อันดับ 6 อันดับ7 มีสัดส่วนเท่ากันที่ 9.48% คือ เพิ่มความปลอดภัย ปรับไฟส่องสว่างทั่วถึง กำจัดจุดเสี่ยง และปฏิรูปบริการ กทม. เน้นโปร่งใสไร้ทุจริต อันดับ 8 เพิ่มพื้นที่สีเขียวและกิจกรรม ลานกีฬาและกิจกรรมใกล้บ้าน 7.73% อันดับ 9 ซ่อมถนน-คืนทางเท้าที่ปลอดภัย 0.76% และเป็นคำตอบอื่น ๆ 0.81% ได้แก่ จัดระเบียบคนเร่ร่อน-คนต่างชาติ, ที่อาศัยคับแคบ และปัญหาตึกร้าง-สัตว์จรจัด

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เปิดเผยว่า ในฐานะที่ตนเองรู้จักกับผู้สมัครทั้ง 7 ท่านที่มีคะแนนนิยมนำใน 7 อันดับแรกจากไอเอฟดีโพล ต้องยอมรับว่าทุกคนล้วนเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และตั้งใจจริงที่จะเข้ามาทำงานเพื่อประโยชน์ของคนกรุงเทพฯ แต่เมื่อวิเคราะห์จากผลไอเอฟดีโพล โดยพลิกดูสมการตัวเลขทางการเมืองแล้ว วิเคราะห์ว่าอาจจะต้องเกิด “7 ปาฏิหาริย์” นี้ขึ้นมาเท่านั้น นายชัชชาติจึงจะพลิกมาแพ้ ดังนั้น อย่าเพิ่งตายใจว่านายชัชชาติจะชนะแน่นอน เพราะอาจจะเกิดปาฏิหาริย์อย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่
1. คู่แข่งทั้งหมดถอนตัว (เหลือผู้ท้าชิงหลักคนเดียว): ผู้สมัครที่มีคะแนนสูงสุด 6 อันดับแรก ถอนตัวไป 5 คน เพื่อหลีกทางให้เหลือผู้ท้าชิงหลักเพียงคนเดียวขึ้นมาแข่งแบบตัวต่อตัว
2. มัดรวมคะแนนหนุนคนเดียว (คะแนนฝั่งที่ถอนตัวโอนมาให้คู่แข่งหลักทั้งหมด): คะแนนนิยมของผู้สมัครทุกคนที่ถอนตัวไป ถูกมัดรวมและเทกลับมาสนับสนุนผู้ท้าชิงหลักคนนั้นเพียงคนเดียว
3. คนไม่คิดจะใช้สิทธิ (เกินครึ่ง) ออกมาเลือกฝั่งตรงข้าม: กลุ่มประชาชนที่ไม่ตั้งใจจะไปเลือกตั้ง (ซึ่งมีสัดส่วนเกินครึ่ง) เปลี่ยนใจเข้าคูหาไปเลือกฝั่งคู่แข่งนายชัชชาติ
4. เพื่อไทยประกาศหนุนนายชัชชาติชัดเจน (จนเกิดกระแสตีกลับจากคนไม่ชอบพรรค): พรรคเพื่อไทยประกาศตัวสนับสนุนอย่างเป็นทางการ จนกระแสตีกลับจากกลุ่มคนที่ไม่ชอบพรรคพากันไม่ลงคะแนนให้นายชัชชาติ
5. นายชัชชาติออกตัวหนุน สก. ชัดเจน (จนพื้นที่ร้าวและเกิดการตอบโต้): แสดงตัวสนับสนุนผู้สมัคร สก. บางกลุ่มชัดเจน จนทำให้ สก. คนอื่นที่ไม่ได้รับการหนุนเกิดความไม่พอใจ ตอบโต้ทางการเมือง และทำให้เสียคะแนนส่วนนี้
6. นายชัชชาติสะดุดขาตัวเองเสียคะแนน: เกิดสถานการณ์ไม่คาดฝันหรืออุบัติเหตุทางการเมืองนับจากวันนี้จนถึงวันเลือกตั้ง ที่ทำให้เสียคะแนนนิยมกะทันหัน
7. นายชัชชาติถอนตัวด้วยเหตุสุดวิสัย: นายชัชชาติต้องถอนตัวออกจากการแข่งขันผู้ว่าฯ กทม. ด้วยเหตุผลจำเป็นบางประการ.



