เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. และ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนร่วมกันจับกุมตัว นายสุรชัย หรือ ก้อง (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี และ น.ส.ชลลดา หรือ นิว (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี สองสามีภรรยา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเลย ที่ 105/2568 และ 106/2568 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง” ได้ที่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต) ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงและเขตจตุจักร กรุงเทพฯ

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ทั้งสองสามีภรรยาได้เข้าทำงานเป็นพนักงานขับรถส่งสินค้าให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง โดยได้รับมอบหมายให้ขับรถตู้พร้อมสินค้าไปส่งตามใบสั่งซื้อของลูกค้าในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ซึ่งในการปฏิบัติงานครั้งแรก ทั้งสองนำสินค้าไปส่งที่ จ.ขอนแก่น ได้สำเร็จ และไม่มีพฤติการณ์ส่อแววทุจริต

ต่อมาได้รับมอบหมายให้วิ่งงานเป็นครั้งที่สอง นำสินค้าไปส่งที่ จ.หนองบัวลำภู แต่หลังจากที่ทั้งสองขับรถตู้ออกจากบริษัทกลับหายเงียบไป ไม่สามารถติดต่อได้ และไม่ได้นำสินค้าไปส่งให้ลูกค้าตามนัดหมาย ทางบริษัทจึงได้ออกติดตามแกะรอย จนกระทั่งไปพบรถตู้คันดังกล่าว ถูกจอดทิ้งไว้ที่บริเวณสวนสาธารณะศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู เมื่อเปิดตู้ตรวจสอบทรัพย์สินภายในรถ พบว่าสินค้าบางส่วนได้รับความเสียหาย และมีสินค้าอีกหลายรายการมูลค่าสูงสูญหายไป ทางตัวแทนบริษัทจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนขยายผล และได้รับแจ้งจากสายลับว่า ผู้ต้องหาผัวเมียรายนี้ได้หลบหนีเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และกำลังเดินทางมาที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต) เพื่อเตรียมจะขึ้นรถโดยสารหลบหนีไปต่างจังหวัด เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบตัวทั้งสองที่มีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ จึงแสดงตัวพร้อมหมายจับเข้าทำการควบคุมตัวไว้ได้

จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่าเหตุที่นำรถไปจอดทิ้งและไม่ส่งสินค้า เนื่องจากโกรธแค้นทางบริษัท โดยระบุว่าการวิ่งงานครั้งแรกได้ค่าจ้าง 700 บาท แต่เบิกเงินล่วงหน้ามาแค่ 300 บาท ยังค้างอยู่อีก 400 บาท พอทวงถามก็นิ่งเฉย เมื่อต้องวิ่งงานครั้งที่สองจึงตัดสินใจขับรถแวะกลับบ้านที่ จ.หนองบัวลำภู แล้วนำรถตู้พร้อมสินค้า ไปจอดทิ้งไว้ประชดประชันจนกระทั่งมาถูกจับกุม

เบื้องต้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองเลย เพื่อดำเนินคดีและชดใช้ค่าเสียหายตามกฎหมายต่อไป

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ฝากเตือนภัยไปยังผู้ประกอบการและร้านค้าต่างๆ ว่า คดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญในการเลือกรับพนักงานขนส่งสินค้า ที่มักอาศัยช่องว่างความไว้ใจของนายจ้างเชิดทรัพย์สินหนี ดังนั้น ก่อนรับเข้าทำงานควรตรวจสอบประวัติอาชญากรรมอย่างรอบคอบ รวมถึงควรจัดให้มีระบบติดตามการขนส่ง (GPS) ตรวจสอบเส้นทางเดินรถแบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจนำส่งสินค้าในลักษณะนี้