เสียวหมี่ คอร์เปอเรชัน บริษัทด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะด้วยการเป็นผู้นำด้านสมาร์ทโฟนและสมาร์ทฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อบนแพลตฟอร์ม Internet of Things (IoT) ประกาศผลการดำเนินงานไม่สอบทานสำหรับสามเดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ด้วยรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและแรงขับเคลื่อนจากนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง กลุ่มบริษัทสามารถแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจได้อย่างโดดเด่นในไตรมาสแรก มีรายรับรวมทั้งหมดถึง 99.1 พันล้านหยวน ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูง โดยมีกำไรสุทธิที่ปรับแล้วอยู่ที่ 6.1 พันล้านหยวน

โดยผลประกอบการนั้นดีเกินความคาดหมายนี้ กำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจหลัก (สมาร์ทโฟน × AIoT) ยังเติบโตเกือบ 200% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

กลยุทธ์ “Human x Car x Home” ยังคงสร้างผลลัพธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยทุกธุรกิจหลักมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างมั่นคง รายรับจากธุรกิจสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 44.3 พันล้านหยวน ขณะที่กลยุทธ์การยกระดับสู่ตลาดพรีเมียมช่วยผลักดันราคาเฉลี่ย ของสมาร์ทโฟนทั่วโลกทำสถิติสูงสุดใหม่ 

ด้านธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ  AI และธุรกิจใหม่อื่นๆ มีรายรับเพิ่มขึ้น 6.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็น 19.9 พันล้านหยวน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่น ขณะเดียวกัน ธุรกิจ IoT และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ มีรายรับอยู่ที่ 24.7 พันล้านหยวน โดยรายรับจากตลาดต่างประเทศของกลุ่มธุรกิจนี้ทำสถิติสูงสุดใหม่ หลังเติบโตในระดับเลขสองหลักเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ข้อมูลจาก Yiche ระบุว่าในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2569 Xiaomi SU7 ครองอันดับ 1 ด้านยอดขายในกลุ่มรถยนต์ซีดานพลังงานไฟฟ้าล้วนที่มีราคาสูงกว่า 200,000 หยวน ขณะที่ Xiaomi YU7 อยู่อันดับ 2 ด้านยอดขายสะสมในกลุ่มรถ SUV ในระดับเดียวกันอีกด้วย ขณะเดียวกันกลุ่มบริษัทยังเดินหน้าขยายเครือข่ายการขายและบริการอย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีศูนย์จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะรวม 490 แห่ง ครอบคลุม 143 เมืองทั่วจีนแผ่นดินใหญ่

ในไตรมาสแรก กลุ่ม IoT และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ ยังคงรักษาระดับรายรับและอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง โดยมีรายรับรวมอยู่ที่ 24.7 พันล้านหยวน และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 25.2% เพิ่มขึ้น 5.1 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะเดียวกัน รายรับจากกลุ่ม IoT และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ในต่างประเทศยังทำสถิติสูงสุดใหม่ พร้อมเติบโตในระดับเลขสองหลักเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดต่างประเทศสำหรับผลิตภัณฑ์หลากหลายกลุ่ม อาทิ แท็บเล็ต โทรทัศน์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านขนาดใหญ่

การผสานการทำงานระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ยังคงช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศอัจฉริยะของเสียวหมี่อย่างต่อเนื่อง ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 จำนวนอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่ออยู่บนแพลตฟอร์ม AIoT ของบริษัท (ไม่รวมสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และแล็ปท็อป) เพิ่มขึ้นเป็น 1,118.7 ล้านอุปกรณ์ เติบโต 18.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ใช้งานที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ตั้งแต่ 5 เครื่องขึ้นไปบนแพลตฟอร์ม AIoT ของบริษัท ก็ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 23.6 ล้านราย เพิ่มขึ้น 22.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน (ในเดือนมีนาคม 2569 ยอดผู้ใช้บริการรายเดือน  ของ Xiaomi AI Assistant แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 169.3 ล้านราย เพิ่มขึ้น 15.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่แอปพลิเคชัน Xiaomi Home มียอดผู้ใช้บริการรายเดือน เพิ่มขึ้น 10.0% ถึง 117.0 ล้านราย เมื่อเทียบกับปีก่อน

กลุ่มบริการอินเทอร์เน็ตของเสียวหมี่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสแรกมีรายรับอยู่ที่ 9.5 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 76.1% รายรับจากบริการอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศอยู่ที่ 3.0 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน

นอกจากนี้ เสียวหมี่ยังคงมุ่งมั่นลงทุนระยะยาวในเทคโนโลยีแกนหลักพื้นฐาน พร้อมเดินหน้าลงทุนเพื่ออนาคตอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสแรกมีค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาอยู่ที่ 9.0 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 33.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีบุคลากรด้าน R&D รวมทั้งสิ้น 26,048 คน นอกจากนี้ เสียวหมี่ยังประกาศแผนลงทุนด้าน AI อย่างน้อย 16 พันล้านหยวนภายในปีนี้ และตั้งเป้าให้มูลค่าการลงทุนรวมทะลุ 60 พันล้านหยวนภายในช่วง 3 ปีข้างหน้า เพื่อเร่งสร้างประสบการณ์ AI แบบครบวงจรภายในระบบนิเวศ “Human × Car × Home”