วันที่ 3 มิ.ย. นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตือนร้านค้าและประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ห้ามนำสิทธิจากโครงการไปแลกเป็นเงินสดโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง
พร้อมเน้นย้ำว่า การนำสิทธิจากโครงการไปแลกเงินสด เป็นการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์โครงการและ ผิดกฎหมาย มีบทลงโทษทั้งผู้รับแลกและผู้ใช้ ความผิดฐาน “ฉ้อโกง” เป็นการเจตนาหลอกลวงผู้อื่น ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ
- มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 341
“รัฐบาลสั่งการให้ติดตามตรวจสอบโครงการไทยช่วยไทยพลัสอย่างใกล้ชิด หากพบทำความผิดจริงจะระงับการจ่ายเงินให้แก่ร้านดังกล่าว พร้อมทั้งระงับไม่ให้เข้ารับสิทธิอื่นๆ ในโครงการของรัฐ และต้องชดใช้เงินคืนรัฐ”
นอกจากนี้ ผู้ที่โพสต์ข้อความเชิญชวนแลกสิทธิเป็นเงินสด จะถูกส่งข้อมูลให้กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ หากพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายทุจริตผิดกฎหมายในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่
- กรมค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สายด่วน 1569
- กระทรวงการคลัง โทร. 0-2273-9020 ต่อ 3697, 3527, 3548, 3509
- ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 0-2111-1144 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1559 ตลอด 24 ชั่วโมง
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปัญหาพลังงาน โดยมุ่งเน้นบรรเทาภาระค่าครองชีพ ลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมถึงประคับประคองเศรษฐกิจฐานราก ไปพร้อมกับการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศผ่านร้านค้ารายย่อย เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยภาครัฐช่วยจ่ายให้สูงถึง 60% และประชาชนจ่ายเองเพียง 40% ขอเตือนพี่น้องประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อแลกสิทธิเด็ดขาด เข้าข่ายความผิดฐาน “ฉ้อโกง”



