เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 มิ.ย. 69 ร.ต.ท.วรินทร โสตะวงษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ย่อยห้วยหลวง ได้รับแจ้งเหตุ ชายคลุ้มคลั่งใช้มีดแหลมไล่ญาติขณะกำลังนั่งล้อมวงกินข้าว มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต เหตุเกิดหน้าบ้านเลขที่ 26 หมู่ 13 บ้านโนนสวรรค์ ต.เชียงยืน อ.เมืองอุดรธานี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.มานิตย์ แก้วเจริญ รอง ผกก.ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้า สภ.ย่อยห้วยหลวง พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ต.บรรเทิง ทัพโยธา สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี กู้ชีพ รพ.ศูนย์อุดรธานี อาสากู้ภัยมูลนิธิสว่างเมธาธรรม รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว มีชาวบ้านจำนวนมากมุงดูศพ น.ส.วิภาวรรณ ชาวพ่อค้า อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 หมู่ 13 ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี มีบาดแผลถูกแทงบริเวณหน้าอก นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่พื้นหน้าบ้าน ที่เตียงไม้หน้าบ้านมีกับข้าวและกล่องข้าววางอยู่ มีหยดเลือดกระเซ็นติดตามถ้วยจานและเตียงไม้ และยังพบ น.ส.นภาภรณ์ ชาวพ่อค้า อายุ 48 ปี น้องสาวผู้ตาย และเป็นเมียผู้ใหญ่บ้าน ถูกฟันบริเวณศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ วิ่งหนีตายไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน นอนหายใจรวยรินจมกองเลือดอยู่ใต้ถุนบ้านห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี นอกจากนี้ ยังพบมีดแหลมขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 40 ซม. เปื้อนเลือดวางอยู่พื้นใกล้จุดเกิดเหตุ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนผู้ก่อเหตุ คือ นายพรชัย โพธิ์สาจันทร์ หรือโน่ อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นหลานผู้ตาย และผู้บาดเจ็บ ได้หลบหนี ชาวบ้านและตำรวจไล่จับไว้ได้ ขณะวิ่งเข้าไปหวังจับชาวบ้านเป็นตัวประกัน ก่อนถูกรุมประชาทัณฑ์ จนศีรษะด้านซ้ายแตก ปากแตก ใบหน้าด้านขวาแตก เลือดไหลอาบหน้า และให้การไม่รู้เรื่อง ตำรวจจึงให้เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาล และจะนำตัวนายโน่ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แต่เกรงว่าชาวบ้านยังโกรธแค้น จึงควบคุมตัวไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และขณะที่เจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศพ ญาติและชาวบ้านต่างร้องไห้กันระงมด้วยความสงสาร และก่นด่าฆาตกรด้วยความโกรธแค้น
โดยภาพจากกล้องวงจรปิดบ้านใกล้ที่เกิดเหตุ เวลา 10.19 น. ได้ยินเสียงคนกรีดร้อง ลูกชายคนตายสวมเสื้อสีแดงแขนดำวิ่งหนีตายออกมาแล้ววิ่งกลับไปพร้อมกับท่อนไม้ แต่สุดท้ายก็วิ่งหนีตายแตกกระเจิงออกมาทั้งชาวบ้านที่เป็นผู้หญิงและเด็ก เวลา 10.23 น. ผู้ก่อเหตุได้เดินถือท่อนไม้และมีดออกจากที่เกิดเหตุ ผ่านกล้องวงจรปิดเพื่อกลับไปบ้าน

นางอุไร หอมหวล อายุ 62 ปี เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ พวกตนกลับมาจากดายหญ้าสวนแตงโม ก่อนตน ผู้ตาย และผู้บาดเจ็บ พากันทำกับข้าวและกำลังนั่งกินข้าวอยู่แคร่ไม้หน้าบ้าน ต่อมานายโน่ ได้เดินถือมีดแหลมเดินออกมาจากทางหลังบ้าน ตนก็เลยเรียกให้กินข้าวด้วยกัน เพราะผู้ตายไม่ใช่คนอื่นไกล เป็นหลานผู้ตายกับผู้บาดเจ็บ แต่นายโน่ ไม่ได้สนใจจะมากินข้าว แต่เดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับพูดว่า “มึงเหรอ” จากนั้นใช้มีดฟันที่หลังศีรษะน้า ก่อนผู้บาดเจ็บและตนได้วิ่งหนีตายไปหลบไปบ้านญาติห่างจากจุดเกิดเหตุ 200 เมตร ส่วนผู้ตายและลูกชายกระโดดลงจากแคร่ไม้ แต่น่าจะโดนนายโน่ แทงจนเสียชีวิต
ส่วน น.ส.สมหวัง ปัดธุลี อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 188 หมู่ 13 ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี เล่าว่า หลังก่อเหตุ นายโน่ ได้วิ่งมาที่บ้านตน แต่ไม่มีอาวุธในมือ นายโน่ พยายามจะเข้าไปในบ้าน บอกว่าตำรวจไล่เขามา ตนกลัวจนตัวสั่น แต่ตั้งสติได้ไม่ให้เขาเข้าไปในบ้าน พร้อมกับล็อกประตูบ้าน แล้วก็ออกมานั่งพนมมือไหว้เขา ไม่สู้เขาเพื่อให้เขาอารมณ์เย็นลง จากนั้นก็เอาเหรียญหลวงปู่ดู่ ที่ตนสวมอยู่ในคอ ให้เขาจับพร้อมกับท่องคาถามหาจักรพรรดิ เพื่อให้เขาสงบ โชคดีที่เขาไม่ทำอันตรายตน จากนั้นตำรวจและชาวบ้านก็มาจับเขาไป
ต่อมา ตำรวจได้เข้าค้นบ้านเลขที่ 81 หมู่ 13 ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านนายโน่ อยู่ห่างจากบ้านเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร พบอาวุธมีดพร้า มีดอีโต้ มีดปลายแหลม และขวาน จำนวนมาก รวมทั้งพระเครื่องด้วย ที่นายโน่สะสมไว้จำนวนมาก
พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุมีประวัติเสพยา โดนจับกุมยาเสพติด 2 ครั้ง ติดคุกทั้งสองครั้ง แต่ออกมาก็กลับมาเสพอีก และไปบวชมา 3 พรรษา สึกออกมาก็ยังมีพฤติกรรมเสพยาบ้า ล่าสุดปี 68 ตำรวจได้จับยา 7 เม็ด กับปืนแก๊ป 1 กระบอก ติดคุกประมาณ 1 ปี เพิ่งพ้นโทษออกมาได้ประมาณ 1 เดือน ขณะที่ผู้ตายกับผู้บาดเจ็บ กำลังนั่งกินข้าวอยู่หน้าบ้าน ผู้ก่อเหตุได้ถือมีดเข้ามาฟันหัวผู้บาดเจ็บ และแทงผู้ตาย แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ส่วนการป้องกันเหตุได้กำชับทุกหมู่บ้าน หากพบผู้เสพอย่างต่อเนื่องไม่หลับไม่นอน มีอาการคลุ้มคลั่ง ให้แจ้งตำรวจจะได้เข้าจับกุม เพื่อตัดวงจรการเสพ บุคคลลักษณะนี้เกินกว่าจะบำบัดรักษา ต้องให้กฎหมายจัดการ เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจนตา และพยายามฆ่า” เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



