เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายนายรุจิภาส มีกุศล สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสุรินทร์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา และประธานคณะทำงานพิจารณาศึกษา ป้องกันและปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดและอาชญากรรม ได้ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อประชุมหารือแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยรับฟังข้อมูลและประมวลผลปัญหาอุปสรรคในทุกมิติ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จากที่ปรึกษาคณะทำงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

จากนั้น คณะทำงานได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด พร้อมศึกษาการดำเนินโครงการพฤตินิสัยผู้ถูกควบคุมความประพฤติ ระยะเวลา 15 วัน ประจำปีงบประมาณ 2569 ภายใต้โครงการ “ค่ายรู้…รัก (Sense and Love) รุ่นที่ 1” ณ อุทยานธรรม อตุโลสำราญนิเวศน์ บ้านอาโพน ตำบลแสลงพันธ์ อำเภอเมือง จังหวัดจังหวัดสุรินทร์

ต่อมาได้ลงพื้นที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดสุรินทร์ เพื่อเยี่ยมชมและรับฟังการดำเนินงานสถานฟื้นฟูสมรรถภาพพลเมือง กรมการปกครอง ซึ่งมีระยะเวลาการฟื้นฟู 120 วัน โดยเป็นหลักสูตรเฉพาะกิจของกระทรวงมหาดไทย มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ลดโอกาสกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดซ้ำ ผ่านการฝึกระเบียบวินัยและปรับสภาพแวดล้อม โดยมีสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ร่วมดูแลตลอดกระบวนการ พร้อมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ในการส่งต่อข้อมูลและดูแลผู้เข้ารับการบำบัดอย่างเป็นระบบ

นายรุจิภาสระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ยาเสพติดในประเทศที่ทวีความรุนแรง จนถูกยกระดับเป็น “ภัยความมั่นคงของชาติ” โดยมีผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเกือบ 2 ล้านคน ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อปัญหาอาชญากรรม เศรษฐกิจ และระบบสาธารณสุขอย่างกว้างขวาง

สำหรับพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ พบว่ายังมีเหตุอาชญากรรมบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงคดีที่มีลักษณะผู้ก่อเหตุมีอาการหลอนจากสารเสพติดเกิดขึ้นเป็นระยะ

ทั้งนี้ ระหว่างลงพื้นที่กองร้อย อส. คณะทำงานได้พบและพูดคุยกับผู้เข้ารับการบำบัด ทั้งผู้สูงอายุวัย 59 ปี ซึ่งถือเป็นผู้เข้ารับการบำบัดที่มีอายุมากที่สุดในกลุ่ม และเยาวชนชายวัย 19 ปี จากอำเภอปราสาท ซึ่งเป็นผู้เสพที่มีอายุน้อยที่สุดในกลุ่ม

เยาวชนรายดังกล่าวเปิดเผยว่า เริ่มเสพยาเสพติดตั้งแต่อายุ 14 ปี และได้รับผลกระทบต่อสมองและความจำ แต่ภายหลังเข้ารับการบำบัดและได้รับการรักษา ทำให้อาการเริ่มดีขึ้น พร้อมยืนยันตั้งใจจะไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยอมรับว่ายาเสพติดยังแพร่ระบาดในชุมชนและสถานศึกษาในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันปัญหายาเสพติดได้ขยายตัวเข้าสู่กลุ่มเยาวชนอย่างต่อเนื่อง โดยพบผู้เสพหน้าใหม่ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ไปจนถึงระดับมัธยมศึกษา โดยเฉพาะช่วงอายุ 12-15 ปี ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญ

ขณะเดียวกัน พบข้อมูลในสถานศึกษาบางแห่งในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ มีการตรวจสารเสพติดในนักเรียนกลุ่มเสี่ยงกว่า 100 คน พบผลเป็นบวกเกือบ 30 ราย ซึ่งสะท้อนถึงความรุนแรงของปัญหาในระดับสถานศึกษา

อย่างไรก็ตาม แม้สถานศึกษาบางแห่งจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ แต่ยังมีบางแห่งที่ยังไม่เปิดรับการตรวจคัดกรอง เนื่องจากกังวลผลกระทบด้านภาพลักษณ์

ทั้งนี้ นายรุจิภาส มีกุศล ระบุว่า จะนำข้อมูลและข้อเสนอแนะทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาของคณะทำงานระดับวุฒิสภา เพื่อหาแนวทางตัดวงจรผู้เสพตั้งแต่ต้นทาง และผลักดันมาตรการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบและยั่งยืนต่อไป