ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมมณฑลทหารบกที่ 42 ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ค่ายเสนาณรงค์ ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้จัดประชุมเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน พัฒนาแนวทางการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ภัยพิบัติ ตลอดจนยกระดับการจัดการสาธารณภัยให้มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ สามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที



โอกาสนี้ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ข้อมูลแก่ประชาชน เพื่อให้ทราบว่าพื้นที่ของตน อยู่ในระดับความเสี่ยงใด รวมทั้งต้องมีการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนและมวลน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยอาศัยผู้เชี่ยวชาญและข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น


​​
ด้านนายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ปริมาณน้ำและสถานการณ์น้ำล่วงหน้า ก่อนส่งต่อข้อมูลไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเตรียมความพร้อมและยกระดับการแจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบธงแสดงระดับน้ำ



​​สำหรับการบริหารจัดการน้ำ จังหวัดฯได้ดำเนินการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการขุดลอกคลองสายคลองเตยแล้วกว่า 200 กิโลเมตร จากเป้าหมายทั้งหมด 400 กิโลเมตร ขณะที่คลองสายหลักสำคัญ เช่น คลอง ร.1 และคลองอู่ตะเภา ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา เพื่อนำเสนอเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร เนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการดำเนินโครงการขุดลอก



ในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ นางมุจรินทร์ ทองนวล ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 6 ได้นำเสนอแนวทางการสื่อสารในภาวะวิกฤติ โดยเตรียมจัดตั้งศูนย์ Press Center เพื่อเป็นศูนย์กลาง ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารแก่สื่อมวลชนและประชาชน ให้ข้อมูลเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ถูกต้อง รวดเร็ว และมีโฆษกที่รับผิดชอบชัดเจน เพื่อป้องกันความสับสนและไม่สร้างความตื่นตระหนก



​​ทั้งนี้ กรมประชาสัมพันธ์จะระดมทุกช่องทางการสื่อสาร ทั้งสื่อส่วนกลางและสื่อภูมิภาค ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และหลังเกิดภัย เพื่อช่วยลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด.