เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. คณะกรรมาธิการกฎหมาย ยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เป็นประธานในวาระการพิจารณาศึกษาและติดตามตรวจสอบการอำนวยความยุติธรรม กรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ และผู้ติดตาม
โดยก่อนการประชุม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ ให้สัมภาษณ์ว่า นายกมลศักดิ์ได้ยื่นเรื่องต่อกรรมาธิการกฎหมายฯ ซึ่งมั่นใจว่าการดำเนินคดีปัจจุบันนี้ เกรงว่าจะสาวไม่ถึงผู้บงการ ทาง กมธ. จึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาซักถาม
โดยประเด็นที่ได้รับการร้องเรียน คือ จากข้อมูลที่ได้รับมา วัตถุพยานที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าปืนนี้เป็นปืนเถื่อน แต่ตอนหลังทราบว่าปืนนี้เป็นของจ่าในกองทัพเรือ และปรากฏข้อมูลว่าปืนมีการถูกทำลายและชำรุด ทราบว่าจากการพิสูจน์ของตำรวจ พบว่าปืนมีรอยถูกแก้ไข จึงสงสัยว่า ปืนของราชการที่มีความเสียหายทำไมถึงยังถูกนำมาใช้ยิงนายกมลศักดิ์ และทราบว่ามีการทำลายเยอะอีกด้วย
ดังนั้นหากมีหลักฐานว่าเป็นปืนที่มอบให้กองทัพไปแต่ไม่ทราบว่าจำหน่ายไปที่ไหน จึงถือโอกาสเชิญผู้เกี่ยวข้องมาเพื่อซักถาม เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ และเรามั่นใจว่าเจ้าหน้าที่รัฐต้องธำรงไว้ภายใต้กฎหมาย และต้องมีการพิสูจน์ว่าปืนอีกกระบอกมาจากไหน เพราะนายกมลศักดิ์มีความกังวล
ด้านนายกมลศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนมาร้องต่อกรรมาธิการกฎหมายฯ สาเหตุที่ต้องตามให้ถึงตัวผู้บงการ เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ยานพาหนะที่ใช้ก็เป็นของหน่วยงานรัฐ และอาวุธปืนก็เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ ตนจึงยิ่งไม่สบายใจ จึงมีหลายคำถามอยู่ในใจ ว่าการทำงานของฝ่ายสืบสวนสอบสวนยังไปไม่ถึงที่สุดในการหาตัวผู้บงการ ทั้งที่ลักษณะการก่อเหตุมีการวางแผนมานาน ไม่น่าจะมีแค่ผู้ก่อเหตุที่ถูกจับและแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว ตนเชื่อว่ายังมีมากกว่านั้น จึงอยากฟังความชัดเจนจากการชี้แจงของหน่วยงาน
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในคดีนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการแจ้งอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่คืบหน้าเลย ตนจึงต้องมาร้องกรรมาธิการ โดยเฉพาะข้อมูลการติดต่อ ที่มีการประชุมวางแผนล่วงหน้ากันมาหลายเดือน ซึ่งเท่าที่ตนทราบมา ข้อมูลทางโทรศัพท์จะมีการลบอัตโนมัติภายใน 3 เดือน หากกระบวนการล่าช้าหรือไม่จริงใจ ก็จะไม่สามารถสาวถึงความจริงได้
เมื่อถามว่ากลัวคดีจะเงียบหรือไม่ นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า ไม่กลัวเงียบแต่กลัวจะถูกตัดตอน.



