เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี รับรายงานเหตุเวลา23.45 น.วันที่ 3 มิถุนายน ร.ต.อ.เสกสรร ช่วยดร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี รับแจ้งจากแพทย์โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ว่า มีเด็กหญิงวัย 1 ขวบเศษถูกทำร้ายร่างกายส่งมารักษาตัว และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเด็กเสียชีวิตได้ถูกส่งต่อมาจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเวียงสระ อ.เวียงสระ มีอาการหมดสติ โดยเมื่อคืนวันที่ 3 มิถุนายน นางพจน์ณี (สงวนนามสกุล) มารดาและย่าเลี้ยงของเด็กได้นำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเวียงสระ แจ้งว่าเด็กมีอาการท้องอืดให้กินยาไปและเด็กหมดสติ แพทย์จึงเร่งให้การช่วยเหลือนำส่งต่อโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนในคดีชันสูตร เบื้องต้นแพทย์โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี แจ้งว่าตามลำตัวร่างกายของเด็กมีรอยฟอกช้ำมีบาดแผลใหม่และบาดแผลเก่า รวมทั้งที่บริเวณกะโหลกศีรษะด้านหลังร้าว คาดว่าอาจถูกทำร้ายร่างกายด้วยของแข็งไม่มีคม นอกจากนี้พบร่องรอยสงสัยอาจถูกล่วงละเมิดทางเพศ จึงได้ประสานแจ้ง พ.ต.ท.สุเทพ ร่างมณี รอง ผกก.สอบสวน สภ.เวียงสระ ทราบ โดยแพทย์ทำการตรวจเก็บเนื้อเยื่อและสารคัดคัดหลั่งในร่างกายของเด็กไปส่งตรวจสอบ

ต่อมาเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบ้านพักของแม่เด็ก ซึ่งคาดว่าเป็นที่เกิดเหตุ และได้เชิญตัวนายนิธิศักดิ์ (สงวนนามสกุล) หรือป๊อบ อายุ 24 ปี พ่อเลี้ยงและเป็นบุคคลใกล้ชิด รวม 3 คนเข้ามาสอบปากคำเนื่องจากมีพิรุธบางอย่างพร้อมตรวจหาสารเสพติดโดยพบนายนิธิศักดิ์ มีสารเสพติดในร่างกาย จึงควบคุมตัวไว้ในข้อหา เสพสารเสพติดให้โทษประเภท 1และจะสอบปากคำต่อไป

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้พบว่ามีการส่งข้อความและโพสต์ลงในสื่อโซเชียล ว่าเกิดเหตุพ่อเลี้ยงข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุขวบเศษ ตำรวจ สภ.เวียงสระ ได้ตรวจสอบพบข้อเท็จจริงว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเด็กหญิงผู้เสียชีวิต โดยมารดาเป็นแม่หม้ายมีบุตร 3 คนเป็นชาว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้นำเด็กหญิงนุ่น (นามสมมุติ) อายุ 1 ขวบเศษบุตรสาวคนสุดท้องมาอยู่กินกับนายนิธิศักดิ์ ที่บ้านหมู่ 5 ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ ได้ประมาณ 1 เดือนเศษ

กระทั่งวันที่ 19 พฤษภาคม 2567 เวลา 13.50 น.มารดาได้พาเด็กหญิงนุ่น (นามสมมุติ)เข้ารักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเวียงสระ ด้วยอาการไข้สูงและมีผื่นขึ้นบริเวณมุมปาก แพทย์ตรวจพบเด็กมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดและมีค่าเลือดต่ำกว่าปกติ จึงนำส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ซึ่งแม่เด็ก ยืนยันว่าเด็กไม่ได้ถูกล่วงละเมิดทางเพศ และแพทย์แผนกนิติเวชโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีตรวจภายในพบเยื่อพรหมจรรย์ไม่ฉีกขาดและไม่พบสเปิร์มอสุจิที่ช่องคลอดของเด็ก ซึ่งเมื่อหายป่วยแม่เด็กได้พากลับบ้าน

ต่อมา คืนวันที่ 3 มิถุนายน แม่เด็กได้นำเด็กส่งเข้ารักษาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเวียงสระ เป็นครั้งที่ 2 ในสภาพหมดสติ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีและเสียชีวิตในเวลาต่อมาซึ่งแพทย์พบว่าตามร่างกายถูกทำร้ายด้วยของแข็งไม่มีคม และมีร่องรอยต้องสงสัยคล้ายถูกล่วงละเมิดเมื่อถูกสอบถาม แม่เด็กปฎิเสธไม่รู้เห็นใดๆ และได้มีลุงกับป้าของเด็กมาจากจ.นครศรีธรรมราช เพื่อขอรับศพ แต่ แผนกนิติเวชไม่อนุญาตและให้เจ้าหน้าที่ พม.ประสานให้มารดามารับศพด้วยตนเอง ซึ่งล่าสุดแม่เด็กได้กลับมารับศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช