เมื่อเวลา 09.55 น. วันที่ 30 มิ.ย. ที่ สน.ทุ่งสองห้อง นายทิวา การกระสัง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ชัยรัตน์ ธรรมสีหา สว.(สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลในคลิปเสียง ได้แก่ “ส้ม-กิต” และผู้เผยแพร่คลิป คือ “บังแจ็ค” รวมทั้งสิ้น 3 คน หลังมีการพาดพิงว่านายทรงศักดิ์เกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบคัดเลือกบุคลากรท้องถิ่น
ทั้งนี้ ได้แจ้งข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 รวมทั้งความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
นายทิวา เปิดเผยว่า นายทรงศักดิ์ทราบว่ามีการเผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 แต่ในขณะนั้นยังไม่มีการเอ่ยชื่อนายทรงศักดิ์ โดยคลิปเสียงระบุเพียงว่า “รัฐมนตรีช่วย ให้โควตา 1,500 คน เรียกรับคนละ 350,000 บาท”
ขณะนั้นอยู่ในช่วงการประมูลหน่วยงานที่จะจัดสอบ แต่ยังไม่มีการลงนามในสัญญา และยังไม่มีการจัดสอบ โดยกระบวนการจัดสอบอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง มีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมเสนอราคา 2 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

นายทรงศักดิ์จึงนำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนเป็นที่มาของการเชิญหน่วยงานด้านการปราบปรามการทุจริตร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันกำกับดูแลการสอบครั้งนี้ เนื่องจากมีกระแสข่าวจำนวนมากเกี่ยวกับการเรียกรับเงิน
ต่อมา ภายหลังมีการตรวจสอบและจับกุมขบวนการทุจริตการสอบเมื่อไม่นานมานี้ ก็มีการเผยแพร่คลิปเสียงฉบับเต็มผ่านเพจ “บังแจ็ค” ซึ่งมีการเอ่ยชื่อนายทรงศักดิ์อย่างชัดเจน
นายทิวา กล่าวว่า ภายหลังมีการเผยแพร่คลิปเสียงผ่านเพจ “บังแจ็ค” มีการกล่าวอ้างว่า มีโควตาผู้สอบจากคนใกล้ชิดจำนวน 1,500 อัตรา โดยผู้เข้าสอบต้องจ่ายเงินอัตราละ 350,000 บาท ให้หน่วยงานที่จัดสอบและนายทรงศักดิ์ ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของรองนายกรัฐมนตรีอย่างร้ายแรง
จึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ส้ม และนายกิต ซึ่งถูกกล่าวว่าเป็นเจ้าของเสียงในคลิป รวมถึงผู้เผยแพร่คลิปผ่านเพจ “บังแจ็ค” ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 รวมทั้งความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

นายทิวา ยังระบุว่า เชื่อว่าคลิปเสียงดังกล่าวมีเจตนาทำลายกระบวนการประมูล เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มไม่ได้รับประโยชน์ อีกทั้งยังมุ่งสร้างความเสียหายต่อนายทรงศักดิ์และพรรคการเมืองที่สังกัด ทั้งที่นายทรงศักดิ์ไม่เคยรู้จักหรือมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลทั้ง 2 คนมาก่อน หากไม่ได้มีเจตนาดิสเครดิตทางการเมือง ก็ไม่จำเป็นต้องเผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าวต่อสาธารณะ เพียงส่งเป็นหลักฐานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบนายทรงศักดิ์ก็เพียงพอ
พร้อมย้ำว่า การแจ้งความครั้งนี้มีเป้าหมายให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ปากคำ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเหตุใดจึงมีการกล่าวอ้างเช่นนี้ และมีหลักฐานใดที่เชื่อมโยงนายทรงศักดิ์หรือไม่
นายทิวา กล่าวด้วยว่า หากข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อขายตำแหน่งเป็นความจริง จะมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทั้งผู้เรียกรับเงิน ผู้จ่ายเงิน และผู้เข้าสอบ ซึ่งอาจมีจำนวนรวมหลายหมื่นคน ดังนั้น จึงไม่อาจปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปได้ และจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด



