สรุปประเด็นร้อนข่าวความเคลื่อนไหวการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 สำหรับประเทศไทย หลังจากที่รัฐบาลประกาศชัดเจนว่าไม่ซื้อเพราะแพงเกินไป จนข่าวซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกเงียบหายไปจากหน้าสื่อ

แต่วันที่ 2 มิ.ย. กระแสถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้กระแสยิ่งกว่าพลุ

เช้าวันที่ 2 มิ.ย. บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ลงบทวิเคราะห์หุ้น JAS หรือ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ว่า มีแนวโน้มที่จะพยายามเข้าซื้อสิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก เนื่องจาก JAS จะเป็นผู้เสียประโยชน์มากที่สุด หากแฟนฟุตบอลเลือกใช้ช่องทางผิดกฎหมายในการรับชมการแข่งขัน

บทวิเคราะห์ยังบอกว่า “ความสามารถในการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกของ JAS จะอยู่ที่ประมาณ 688.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นเพียงระดับจุดคุ้มทุนเท่านั้น”

และนั่นเป็นจุดที่ทำให้หลายสื่อ หลายเพจออกมา “ขยี้”

โดยเฉพาะในประเด็นว่าทำไม JAS ซื้อได้แค่ราว 600 ล้านบาท แต่ทำไมรัฐบาลถึงบอกราคา 1,700 ล้านบาท นี่มันฟุตบอลโลกพลัสหรือเปล่า? ทำไมเอกชนดีลได้ถูกกว่าแบบครึ่งต่อครึ่ง?

4 มิ.ย. ข่าวลือเป็นจริงจังมากขึ้น เพจ บี บางปะกง – Bebangpakong โพสต์ว่า

อัปเดตถ่ายสดบอลโลก สรุป JAS เข้าวิน หลัง ทรู ยอมถอย รอเคาะราคาชัวร์ๆ ก่อนเปิดตัวอย่างเร็วพรุ่งนี้ 5 มิ.ย.

หลายสื่อ หลายเพจ หลายอินฟลูเอนเซอร์นำไปอ้างอิง คนไทยกำลังจะได้ดูบอลโลกแล้ว หลายคนก็เชื่อว่า JAS ดีลจบแล้ว

(แต่สรุปแล้ววันที่ 5 มิ.ย. ไม่ใช่การเปิดตัวบอลโลก แต่เป็นการเปิดตัวแพ็กเกจชมกีฬาสำหรับลูกค้าเดิม)

ฟากราคาหุ้น JAS เมื่อ 4 มิ.ย. เปิดตลาดขึ้นมา 0.04 บาท เพิ่มขึ้น 3.64% ขึ้นมาอยู่ที่ 1.14 บาท จากนั้นช่วงบ่ายเมื่อเวลา 14.44 น. ราคาหุ้น JAS พุ่งทะยานขึ้น 0.16 บาท คิดเป็นการเพิ่ม 15.45% ราคาหุ้นระหว่างวันอยู่ที่ 1.27 บาท

ส่วนหุ้น MONO ที่จะได้อานิสงส์ไปด้วยในฐานะช่องทางการถ่ายทอดสด ราคาหุ้นชนเพดาน พุ่งขึ้นกว่า 30% ที่ 0.95 บาท

ตกลงได้ถ่ายไหมไม่รู้ แต่นักลงทุนเข้าไปเก็งกำไรกันแล้ว

วันเดียวกัน 4 มิ.ย. ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JAS เผยกับสำนักข่าว “อินโฟเควสท์” ว่า บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาต่อรองค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกกับทางฟีฟ่า ซึ่งทางฟีฟ่ายังยืนราคาที่ 1,300 ล้านบาท แต่ JAS มองว่าเป็นราคาที่สูงเกินไป ขณะที่เวียดนามจ่ายเพียง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 489 ล้านบาท โดยทาง JAS ต้องการราคาใกล้กับที่เวียดนามจ่าย

พร้อมยอมรับว่ายิ่งใกล้วันแข่งขันฟุตบอลโลก ยิ่งเจรจายาก และหากต่อรองราคาไม่ได้จริงๆ ก็ต้องยอมปล่อยไป เพราะหากเป็นราคาที่ทางฟีฟ่ากำหนด ฝืนเอามาก็ขาดทุน แต่ถ้า JAS ไม่ได้ลิขสิทธิ์มา ก็เชื่อว่าจะกระทบต่อสมาชิกที่รับชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก (EPL) เพราะผู้ที่ต้องการหาดูช่องทางธรรมชาติก็จะไม่จ่ายอยู่ดี

ล่าสุด 5 มิ.ย. เพจ บี บางปะกง – Bebangpakong โพสต์อีกว่า

“เผยฟีฟ่า ตกลงจะขายให้เอกชนไทยที่ 700 ล้าน แต่เราต่อรองขอลดราคาให้เหลือเท่าเวียดนาม ถ้าไม่ได้ คนไทยอาจชวดดูบอลโลก”

เหลืออีกไม่ถึงสัปดาห์ ฟุตบอลโลกนัดแรกกำลังจะคิกออฟกันแล้ว ยังมีเวลาอีกหลายวันให้คอบอลได้ลุ้น

ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้กระแสการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกของ JAS จะเป็นข่าวใหญ่ที่ทั้งสื่อหลัก สื่อโซเชียลมีเดีย และมีอินฟลูฯ มากมายที่แสดงความเห็นเรื่องซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกกันอย่างครึกโครม

แต่สำหรับนักข่าวชื่อดังหลายคน และอินฟลูฯ ชื่อดังอีกหลายรายที่มีความใกล้ชิด JAS “ในระดับคลุกวงใน” … กลับยังไม่เห็นมีใครแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาเลย.