น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ประธานกรรมการ  บริษัท ทีเอส เซลล์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ในฐานะผู้ดำเนินงานด้านการตลาดและการจัดจำหน่าย ให้กับ บริษัท เนเจอร์เบสท์ฟู้ด จำกัด (NBF) ผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สาหร่าย และขนมขบเคี้ยวสาหร่ายโกริโกะ (Koriko) กล่าวว่า บริษัท เดินหน้าทำตลาดเชิงรุกให้แก่ บริษัท เนเจอร์เบสท์ฟู้ด เพื่อขยายสู่ตลาดผู้บริโภค (B2C) โดยต่อยอดจากความเชี่ยวชาญในฐานะผู้นำเข้าสาหร่ายเพื่อทำตลาดธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) รายแรกของไทย เป็นกว่า 30 ปีในปัจจุบัน

บริษัทมองเห็นโอกาสจากตลาดขนมขบเคี้ยวมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท (อ้างอิงข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทย) ที่ผู้บริโภครุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับทั้งสุขภาพ ความอร่อย และความแปลกใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมียมสแน็กและ Better-for-you Snack ที่ผู้บริโภคพร้อมจ่ายเพื่อสินค้าคุณภาพสูง ขณะที่ตลาดสแน็กสาหร่ายไทยปี 2569 คาดมีมูลค่า 3,700-4,000 ล้านบาท และเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 5-6% ต่อปี แม้จะมีผู้เล่นรายใหญ่ไม่กี่แบรนด์ครองตลาด แต่ Koriko ต้องการเข้ามาเป็นอีกทางเลือกของสแน็กสาหร่ายที่ตอบโจทย์ด้านคุณประโยชน์มากขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ เตรียมใช้งบการตลาดไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญ ‘กล้านอกกรอบ’ โดยแบรนด์ Koriko ยังได้ร่วมงานกับ ‘เก่ง’ หฤษฎ์ บัวย้อย และ ‘น้ำปิง’ นภัสกร ปิงเมือง มาเป็นพรีเซ็นเตอร์คู่แรกเพื่อสะท้อนแนวคิด ‘สาหร่ายของคนนอกกรอบ’ ด้วยสินค้านวัตกรรมสาหร่ายแซนวิช 2 แผ่นสอดไส้ข้าวพองรูปแบบใหม่ เน้นจุดขายด้วยแคลอรี่ต่ำเพียง 130 แคลอรี่ต่อซองขนาด 30 กรัม ที่มอบประสบการณ์การกินที่กรอบ เบา และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ แตกต่างจากสแน็กสาหร่ายทอดทั่วไปที่มีความมันและเปรอะมือจากน้ำมันทอด

“การร่วมงานกับพรีเซ็นเตอร์คู่แรกอย่าง ‘เก่ง-น้ำปิง’ ซึ่งมีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างแต่ลงตัว โดย ‘เก่ง’ สื่อถึงความนิ่ง เท่ และชัดเจน ขณะที่ ‘น้ำปิง’ เข้ามาเติมความสดใส สนุกสนาน และสีสันให้แบรนด์มีชีวิตชีวา เป็นหัวใจสำคัญในการตอกย้ำภาพลักษณ์ Koriko ในฐานะสแน็กของคนที่กล้าคิดและกล้านอกกรอบ พร้อมกันนี้ยังได้ผสานเคมีของทั้งคู่เข้ากับกลยุทธ์ Storytelling Marketing ภายใต้แนวคิด ‘กล้านอกกรอบ’ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวการสร้างสรรค์นวัตกรรมสาหร่ายแซนวิชที่เกิดจากความบังเอิญสู่ Innovation หวังสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่น จนกล้าที่จะเปิดใจลองผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่นี้อย่างกว้างขวาง”

“เราต้องการให้ Koriko เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนได้สนุกกับการเป็นตัวเอง และกล้าลองสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เราไม่ได้ขายเพียงแค่ความกรอบอร่อย แต่เรากำลังส่งมอบประสบการณ์การทานสแน็กที่ดีกว่าเดิม (Better Experience)”

โดยบริษัทได้วางตำแหน่งแบรนด์ในตลาดสแน็กระดับกลางพรีเมียม เจาะกลุ่มวัยทำงาน นักศึกษา และผู้บริโภคที่มองหาความแปลกใหม่ควบคู่สุขภาพ พร้อมชูจุดเด่นเป็นสแน็กทานง่าย รู้สึกพิเศษ แตกต่างจากสาหร่ายทั่วไป ไม่มัน ไม่เลอะมือ ปัจจุบัน Koriko มีสินค้า ‘สาหร่ายแซนวิชสอดไส้ข้าวพอง’ 6 รสชาติ ได้แก่ ออริจินัล บะหมี่เกาหลี ไข่เค็ม วาซาบิ หมาล่า และมะเขือเทศ วางจำหน่ายในราคา 39 บาท ผ่านช่องทางออฟไลน์ 95% ผ่านร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ ได้แก่ 7-Eleven, Gourmet Market, Lawson, Max Mart, Jiffy และในเครือโรงภาพยนตร์ SF

นอกจากนี้ในอนาคต บริษัทยังวางแผนพัฒนาขนม  (Pipeline Product) ในรูปแบบ Functional Snack โดยจะทยอยเปิดตัวสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แบรนด์ ‘Koriko’ เป็นที่รู้จักและจดจำเพื่อเป็นทางเลือกสแน็กใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภค และเพื่อก้าวสู่การเป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านสาหร่ายและขนมขบเคี้ยวครบวงจร” อย่างแท้จริง

น.ส.กาญจนา ตั้งปกรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีเอส เซลล์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท เนเจอร์เบสท์ฟู้ด เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจนำเข้าและทำตลาดผลิตภัณฑ์สาหร่ายรายแรกของไทย โดยมีระบบการผลิตครบวงจร รองรับทั้งธุรกิจวัตถุดิบ สินค้าสำเร็จรูปผ่านโมเดิร์นเทรดและร้านค้าทั่วไป รวมถึงรับจ้างผลิต (OEM) ให้มากกว่า 10 แบรนด์ ครอบคลุมทั้งสาหร่ายและขนมขบเคี้ยว ปัจจุบันมีโรงงาน 3 แห่งในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ด้วยเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน เพื่อยกระดับคุณภาพตามมาตรฐานสากล เช่น FSSC22000, GHP และ HACCP พร้อมจุดแข็งด้านการปรับสูตรสินค้าให้เหมาะกับวัฒนธรรมการบริโภคของแต่ละประเทศ เพื่อขยายตลาดในจีน อินเดีย อินโดนีเซีย และอาเซียน พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับการขยายพอร์ตสินค้าใหม่ ทั้งกลุ่มปลา วัตถุดิบ สินค้าสำเร็จรูป และสแน็กประเภทอื่น เช่น ทองม้วนและข้าวโพดอบกรอบ ควบคู่การลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างความแตกต่างทางการแข่งขัน

ขณะเดียวกัน บริษัท เนเจอร์เบสท์ฟู้ด ยังมุ่งบริหารความเสี่ยงธุรกิจ ทั้งการขยายตลาด B2C ผ่านผลิตภัณฑ์ Koriko ไปจนถึงการลดต้นทุนการดำเนินงานด้วยการติดตั้ง Solar Roof  พัฒนาระบบโลจิสติกส์แบบ Lean Supply Chain พร้อมพัฒนาสินค้ามูลค่าเพิ่มเพื่อรักษากำไรและเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน รวมถึงการลดต้นทุนผ่านการกระจายแหล่งวัตถุดิบ การสั่งซื้อปริมาณมาก และออกแบบบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก โดยยังคงคุณภาพสินค้าไว้ เพื่อรับมือความท้าทายจากต้นทุนพลังงานและบรรจุภัณฑ์ที่ปรับสูงขึ้น

“จากแผนธุรกิจดังกล่าว บริษัท เนเจอร์เบสท์ฟู้ด ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ที่ 500-600 ล้านบาท จากปี 2568 อยู่ที่ 450 ล้านบาท และผลักดันรายได้แตะ 1,000 ล้านบาทภายในปี 2571 ซึ่งเป็นปีครบรอบ 30 ปีของบริษัท พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์สู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสาหร่ายครบวงจรระดับประเทศและสากล ที่ให้ความสำคัญทั้งสุขภาพ รสชาติ และความยั่งยืน”