เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 5 มิ.ย. ที่ตลาดเสรีมาร์เก็ต พาราไดซ์พาร์ค นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 9 พร้อมทีมงาน “กรุงเทพฯ ทำงาน” ลงพื้นที่หาเสียงโดยจุดหมายแรกเมื่อเวลา 12.30 น. ทีมงานได้เดินทางไปพบปะชาวมุสลิมที่มัสยิดนาฟีอุ้ลอิสลาม เขตสวนหลวง-ประเวศ ก่อนจะเดินทางมายังตลาดเสรีมาร์เก็ต เพื่อพบปะประชาชนภายในห้างพาราไดซ์พาร์ค

นายชัชชาติ กล่าวถึงนโยบายหลักเรื่องการรณรงค์ให้สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญว่า กทม. พยายามทำทุกอย่างเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นแคมเปญที่สะท้อนถึงแนวคิดในการทำเมืองให้ยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ในการหาเสียง หรือการใช้ป้ายหาเสียงให้น้อยที่สุด

ด้านนายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ หนึ่งในทีมงาน กล่าวเสริมว่า การไม่ใช้ป้ายไวนิลจำนวนประมาณ 13,000 ป้าย สามารถลดคาร์บอนไปได้ 321 ตัน และการใช้รถ EV ทั้งรถแห่ รถตู้ และรถตุ๊กๆ สามารถประหยัดได้อีก 4 ตัน รวมทั้งหมด 325 ตันคาร์บอน ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ประมาณ 36,000 ต้น

ส่วนประเด็นปัญหาเรื่องสวนลุมพินี นายชัชชาติ มองว่าหัวใจสำคัญคือเรื่องการเดินทาง เนื่องจากมีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่นและมีระบบรถไฟฟ้าเข้าถึง ส่วนปัญหาเรื่องคูคลองและน้ำท่วมนั้นได้มีการดำเนินการพัฒนาไปหลายส่วนแล้ว ในพื้นที่รามคำแหง 24 และซอยย่อยต่าง ๆ ปรับปรุงได้ดีขึ้น รวมถึงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนที่ช่วยให้การระบายน้ำดีขึ้น ส่วนจุดที่มีปัญหาท่วมขังบ้างบริเวณอ่อนนุชตัดกับศรีนครินทร์นั้น กำลังเร่งแก้ไขเนื่องจากมีปัญหาเรื่องแก้มลิงของเอกชนที่เคยใช้งานได้แต่ปัจจุบันไม่สามารถใช้ได้แล้ว สำหรับสิ่งที่ประชาชนสะท้อนในขณะนี้ นายชัชชาติระบุว่าเป็นเรื่องเส้นเลือดฝอยที่กระทบชีวิตประจำวัน เช่น ปัญหาในซอยสุขุมวิท 11 และปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองประจะใกล้กับมัสยิด เนื่องจากสำนักระบายน้ำมีการพร่องน้ำเพื่อเตรียมรับมือฤดูฝนทำให้มีกลิ่นเหม็น ซึ่งตนจะนำปัญหาเหล่านี้มาปรับปรุงเพื่อให้ชีวิตของประชาชนดีขึ้น

ส่วนกรณีที่นายเรืองศักดิ์ สายสิงห์ทอง ผอ.เขตประเวศ ให้สัมภาษณ์โต้กลับนักการเมืองปมกล่าวหาทุจริตซื้อขายตำแหน่งนั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า ตนเป็นประชาชนเต็มขั้นไม่มีสิทธิไปสั่งการหรือก้าวก่ายข้าราชการ ตนเคารพความคิดเห็นและวิจารณญาณของ ผอ.เขต โดยตนจะดูเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับตนเพื่อนำไปชี้แจงและปรับปรุงให้ดีขึ้น

ทั้งนี้ ระหว่างการสัมภาษณ์ นายชัชชาติได้เรียกนายธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล ผู้สมัคร สก.เขตประเวศ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทำงานในพื้นที่ด้วยกันมาเข้าร่วมวงสัมภาษณ์ โดยนายชัชชาติย้ำว่าตนไม่มีความคิดเรื่องพรรคการเมือง แต่เลือกทำงานร่วมกับสก.ที่ทำงานได้เข้มแข็งโดยไม่เลือกพรรค พร้อมชี้ว่ารูปแบบการเลือกตั้งท้องถิ่นที่แยกการเลือกผู้ว่าฯ และสก.ออกจากกันนั้น เป็นการออกแบบมาเพื่อให้เกิดการตรวจสอบถ่วงดุลกัน ไม่จำเป็นต้องมี สก.ในมือก็สามารถทำงานได้ และการที่ได้ลงพื้นที่ร่วมกับสก.ที่รู้ปัญหาในพื้นที่ดี ทำให้ทราบถึงปัญหาที่แท้จริง

เมื่อถูกถามถึงกรณีโพลที่ระบุว่า ยังมีผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกเกือบ 20% นายชัชชาติระบุว่ามองเป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้ต้องเร่งแถลงนโยบายให้ประชาชนศึกษาและตัดสินใจเลือกคนที่ดีที่สุด ซึ่งเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย ส่วนกรณีที่จะมีการแถลงเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ตนได้มอบหมายให้ทีมงานติดตามตรวจสอบ โดยยืนยันว่าการดำเนินการที่ผ่านมามีความโปร่งใส

ด้าน ผศ.ทวิดา กมลเวชช หนึ่งในทีมกรุงเทพฯ ทำงาน หรือผู้สมัครในนามรองผู้ว่าฯ ได้ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีข้อร้องเรียนเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายว่า การร้องเรียนไปยังคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม (ก.พ.ค.) เป็นเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการและเกณฑ์การคัดเลือกที่ยังไม่ชัดเจน ไม่ใช่เรื่องทุจริตประพฤติมิชอบ โดยเมื่อ ก.พ.ค. มีวินิจฉัยให้ยกเลิกคำสั่งเดิมและจัดทำกระบวนการใหม่ ทาง กทม. ก็ได้ดำเนินการตามคำสั่งทันทีด้วยความโปร่งใสและมีคนนอกร่วมพิจารณา ส่วนการร้องเรียนครั้งที่ 2 เป็นเรื่องจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถอยคำสั่งตำแหน่ง (แขวนตำแหน่ง) ที่ทำให้ค่าตอบแทนลดลง ทั้งนี้ นายชัชชาติกล่าวทิ้งท้ายว่า ตนทำตามคำแนะนำของคณะกรรมการอย่างเต็มที่และรวดเร็ว เพื่อไม่ให้เป็นภาระตกค้าง และขอบคุณทุกการตรวจสอบ เพราะเรื่องทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องใหญ่ที่ กทม. ให้ความสำคัญมาโดยตลอด โดยมีช่องทางให้ประชาชนร้องเรียนได้โดยตรง

ภายหลังการสัมภาษณ์เสร็จสิ้น นายชัชชาติได้จับมือและถ่ายรูปร่วมกับนายธนวัฒน์ พร้อมให้กำลังใจก่อนจะเดินพบปะประชาชนภายในห้างพาราไดซ์พาร์คต่อไป.