เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ณ ห้องราชพฤกษ์–บุหงารายา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดการประชุมเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการคุ้มครองเด็กข้ามพรมแดนไทย–มาเลเซีย โดยมีนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานการประชุม ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐของไทย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู และเมืองปีนัง ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการต่างประเทศ อาสาสมัครคนไทยในประเทศมาเลเซีย ตลอดจนองค์กรภาคประชาสังคมและองค์กรระหว่างประเทศ ในประเทศมาเลเซีย รวมผู้เข้าร่วมกว่า 50 คน
การประชุมแบ่งออกเป็น 2 ช่วงสำคัญ โดยช่วงแรกเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคมในประเทศมาเลเซียกว่า 8 องค์กร นำโดยหัวหน้าแผนกคุ้มครองเด็ก องค์การยูนิเซฟ ประเทศ Malaysia พร้อมองค์กรเครือข่ายที่ทำงานด้านการคุ้มครองเด็กต่างชาติในประเทศมาเลเซีย เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ กลไกการช่วยเหลือเด็ก และแนวทางการดูแลคุ้มครองเด็กที่ประสบปัญหาข้ามพรมแดน
ส่วนช่วงที่ 2 เป็นการประชุมหารือระหว่างหน่วยงานภาครัฐของไทยและเครือข่ายอาสาสมัครคนไทยในประเทศมาเลเซีย เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กและครอบครัวไทยที่ประสบปัญหาในต่างประเทศ รวมถึงการจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงานร่วมกัน และการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครคนไทยในประเทศมาเลเซียให้สามารถเป็นกลไกสำคัญในการเข้าถึงและช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาได้อย่างทันท่วงที
นายปิยะศิริ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของการทำงานร่วมกันครั้งนี้คือ ต้องการให้เด็กกลับบ้าน และปลอดภัยที่สุด พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเด็กและครอบครัวไทยในประเทศมาเลเซียเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ เลขาธิการ ศอ.บต. ได้กล่าวขอบคุณกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สถานกงสุลใหญ่ในประเทศมาเลเซีย และเครือข่ายอาสาสมัครคนไทยในประเทศมาเลเซีย ที่ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าว พร้อมย้ำว่า
“อาสาสมัครคนไทยในประเทศมาเลเซียมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเข้าถึงและให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ และเราจะต้องเดินต่อและพัฒนาให้ดีกว่าเดิม”
ซึ่งการประชุมครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างระบบคุ้มครองเด็กข้ามพรมแดนไทย–มาเลเซีย ที่มุ่งเน้นการทำงานเชิงบูรณาการ การคุ้มครองสิทธิเด็ก และการสร้างกลไกความร่วมมือที่เข้มแข็ง เพื่อให้เด็กและครอบครัวไทยที่ประสบปัญหาในต่างประเทศได้รับการดูแล ช่วยเหลือ และคุ้มครองอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน



