ด้วยความที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของหนานซาในอดีตเกิดจากการทับถมของตะกอนดินและโคลนที่ไหลมาตามแม่น้ำเพิร์ล สะสมเป็นเวลาหลายพันปีจนกลายเป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ นับตั้งแต่ยุคโบราณพื้นที่แถบนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวประมงและเกษตรกรเพาะปลูกข้าว ทำให้มีวัฒนธรรมริมน้ำที่เรียกว่า “วัฒนธรรมตั้นเจีย” ซึ่งเป็นคำเรียกชาวเรือที่ใช้ชีวิตอยู่บนเรือเป็นหลัก
วันนี้หนานซาก้าวขึ้นสู่ทำเลทองเชิงยุทธศาสตร์ที่น่าจับตามองที่สุดในเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area: GBA) นอกจากความโดดเด่นด้านโลจิสติกส์และนวัตกรรมดิจิทัลแล้ว หมุดหมายใหม่ที่รัฐบาลจีนกำลังผลักดันอย่างจริงจังคือการเปลี่ยนโฉมหนานซาให้กลายเป็น “เมืองแห่งกีฬา” และจุดหมายปลายทางระดับโลกสำหรับการท่องเที่ยวเชิงกีฬา
เขตหนานซา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “นครกว่างโจว” ได้รับเกียรติเป็นเวทีจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติหลากหลายรายการ ท่ามกลางทัศนียภาพชายฝั่งทะเลอันงดงามชวนหลงใหล อีกทั้งยังเป็นจุดบรรจบระหว่างมรดกวัฒนธรรมหลิงหนานอายุนับพันปีกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ดิจิทัลยุคใหม่ได้อย่างกลมกลืน ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจเรือสำราญและกีฬาทางน้ำก็กำลังหลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนในเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊าอย่างลงตัว


หนานซาไม่ได้เป็นเพียง “เขตใหม่ระดับชาติ” และ “เขตการค้าเสรีนำร่อง” เท่านั้น หากยังมีบทบาทในฐานะ “เขตสาธิตความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างกวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊า” โดยสถานะเชิงยุทธศาสตร์เหล่านี้เปิดโอกาสให้หนานซาริเริ่มแนวทางใหม่ในการพัฒนาเมืองคุณภาพสูงของจีน ผ่านการผสานพลังของ “วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว กีฬา เทคโนโลยี ความเปิดกว้าง” เข้าด้วยกัน
เพราเป็นเขตเดียวของนครกว่างโจวที่มีทางออกสู่ทะเลโดยตรง จึงโดดเด่นด้วยภูมิทัศน์ที่ผสานภูเขา พื้นที่เกษตรกรรม แม่น้ำ ทะเล และเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม ความหลากหลายของภูมิประเทศได้สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวอันเป็นเอกลักษณ์
ทางตอนเหนือนักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการเดินเขา ชมดอกไม้ตามฤดูกาล และสัมผัสมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมท้องถิ่น ขณะที่ใจกลางเมืองเหมาะสำหรับการล่องเรือชมวิวแม่น้ำและเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศเมือง ส่วนทางตอนใต้ถือเป็นสวรรค์สำหรับผู้ที่หลงใหลในทัศนียภาพชายทะเล การดูนก และการลิ้มรสเมนูอาหารจากวัตถุดิบสดใหม่แห่งลุ่มน้ำ


“หนานซามีข้อได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งและระบบคมนาคมที่เชื่อมโยงอย่างครอบคลุม เราดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว พร้อมทรัพยากรวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น” เจ้าหน้าที่จากเขตหนานซา นครกว่างโจว กล่าวในงานมหกรรมการท่องเที่ยวนานาชาติกว่างโจว ครั้งที่ 34 (34th Guangzhou International Travel Fair: GITF) ที่เขตหนานซาได้เปิดพาวิลเลียนของตนเองเป็นครั้งแรก พร้อมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ภายใต้แนวคิด “Shape the Future in Nansha”
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กีฬาได้กลายเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของเขตหนานซา โดยมีสนามกีฬาขนาดใหญ่ความจุ 60,000 ที่นั่ง สนามกีฬาในร่มขนาด 20,000 ที่นั่ง รวมถึงศูนย์ว่ายน้ำและกระโดดน้ำขนาด 4,000 ที่นั่ง ขณะเดียวกันศูนย์เทนนิสนานาชาติหนานซายังขึ้นชื่อว่ามีคอร์ตดินจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศจีน นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่นันทนาการหลากหลาย ทั้งเส้นทางปั่นจักรยานเลียบชายฝั่งยาว 20 กิโลเมตร ศูนย์กีฬาทางน้ำครบวงจร และสนามกอล์ฟระดับพรีเมียม โดยที่ผ่านมาหนานซาได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันสำคัญมาแล้วหลายรายการ อาทิ การแข่งขันวูซูและเทนนิสในมหกรรมกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 15 รวมถึงการแข่งขันเทนนิสเดวิสคัพ รอบเพลย์ออฟ เวิลด์กรุ๊ป


ข้อมูลระบุว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้เล่นเทนนิสในหนานซาเพิ่มขึ้นเกือบ 200 เท่า เป็นมากกว่า 20,000 คน สะท้อนการพลิกโฉมจาก “ดินแดนไร้เทนนิส” สู่ “ศูนย์กลางเทนนิสระดับโลก” ขณะเดียวกันกีฬาชายฝั่งอย่างการพายคายัก แพดเดิลบอร์ด เรือใบ และเรือยอชต์ ก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับการปั่นจักรยานในเมือง และการตั้งแคมป์กลางแจ้ง
และด้วยทำเลที่ตั้ง ณ ใจกลางเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (GBA) หนานซาจึงมีบทบาทเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์สำคัญในการเชื่อมโยงพื้นที่ฝั่งตะวันออกและตะวันตกของปากแม่น้ำเพิร์ล อีกทั้งยังเป็นแพลตฟอร์มระดับชาติในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊า ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการเร่งพัฒนาท่าเรือสำราญนานาชาติ ควบคู่กับการออกนโยบายอนุญาตให้เรือยอชต์จากฮ่องกงและมาเก๊าสามารถเดินทางขึ้นเหนือได้ รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง
ไม่ใช่เพียงแค่ท่าเรือสำราญนานาชาติเขตหนานซา ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าเรือสำราญนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของจีน แต่ยังมีเรือสำราญขนาดยักษ์ที่ต่อขึ้นภายในประเทศจีน “Adora Flora City” เตรียมออกเดินทางเที่ยวปฐมฤกษ์จากหนานซา พร้อมเปิดเส้นทางพิเศษสู่เอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เฟรดดี ยิป ฮิงหนิง ประธานสมาคมตัวแทนการท่องเที่ยวฮ่องกง และสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาความร่วมมือกวางตุ้ง-ฮ่องกง (เขตหนานซา นครกว่างโจว) กล่าวว่า หนานซาเปี่ยมด้วยมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า รายล้อมด้วยทัศนียภาพงดงามทั้งขุนเขาและสายน้ำ อีกทั้งยังเป็นสวรรค์แห่งอาหารรสเลิศ ทรัพยากรด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่โดดเด่นเหล่านี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลายและเฉพาะตัวของชาวฮ่องกงได้อย่างลงตัว จึงถือเป็นจุดหมายปลายทางการพักผ่อนคุณภาพสูงอย่างแท้จริง


หนึ่งในพื้นที่ธรรมชาติอันโดดเด่นของหนานซาก็คือ “อุทยานพื้นที่ชุ่มน้ำหนานซา” แม้เป็นสถานที่ที่มนุษย์สร้างขึ้นแต่วันนี้ที่นี่คือ พื้นที่ชุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดในกวางโจว มีนกอพยพเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากในช่วงฤดูหนาว การเดินเล่นผ่อนคลายในอุทยานและชื่นชมดอกไม้นานาพันธุ์และดอกลิลลี่น้ำใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง บริเวณเขตสงวนส่วนกลางมีนกหลายพันตัวอาศัยอยู่ หากไม่เดินสามารถนั่งเรือเที่ยวชมได้ด้วย ซึ่งได้เห็นต้นไม้และพืชพรรณธรรมชาติที่พริ้วไหวไปกับสายลม นอกจากนี้ยังมีสวนนกซึ่งเปิดให้บริการในบางช่วงเวลา
ขณะที่ “พระราชวังเทียนโหวหนานซา” เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของเมือง ตั้งอยู่บนเนินเขาทางตะวันออกเฉียงใต้ของภูเขาต้าเจียวในเมืองกว่างโจว หันหน้าไปทางทะเลหลิงติง ซึ่งเป็นปากแม่น้ำเพิร์ลครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 100 เฮกตาร์ โดยผสมผสานรูปแบบของพระราชวังต้องห้ามในปักกิ่งเข้ากับความยิ่งใหญ่ของสุสานซุนยัตเซ็นในหนานจิง ถือเป็นกลุ่มอาคารพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่นี่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เทพีแห่งท้องทะเลมาจูซึ่งเชื่อกันว่ามีชื่อจริงว่า “หลินโม” ว่ากันว่าหลินโมเคยช่วยเหลือผู้คนในยามเรืออับปาง และนั่นเป็นเหตุผลที่เชื่อกันว่าเธอเป็นอวตารของมาจู เทพีแห่งท้องทะเลที่ผู้ศรัทธากว่า 100 ล้านคนในกว่า 20 ประเทศ
เมื่อเดินทางมาถึงนักท่องเที่ยวจะได้เห็นจัตุรัสเทียนโหวเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นที่ตั้งของรูปปั้นเทพีเทียนโหวขนาดใหญ่ ความสูงประมาณ 14.5 เมตร ทำจากหินแกรนิต 365 ชิ้น เปรียบเสมือนการให้พรแก่ชาวประมงตลอดทั้งปี นอกากนี้ยังมีหอคอยหนานหลิง หอคอยหนานหลิงมีแปดชั้น สูง 45 เมตร เป็นจุดชมวิวที่ดีเยี่ยมสำหรับชมทิวทัศน์รอบพระราชวัง ส่วนป้อมปราการภูเขาต้าเจียว จัดแสดงโบราณวัตถุที่แสดงถึงความกล้าหาญของทหารจีนในการต่อสู้ต่อสู้กับผู้รุกรานจากต่างชาติในช่วงสงครามฝิ่นในศตวรรษที่ 19 และสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น ค.ศ. 1931-1945
อิฐสีน้ำเงินและกระเบื้องสีดำของเมืองริมน้ำตงชง ถ่ายทอดเรื่องราวของหลิงหนานในอดีต ขณะที่ผ้าไหมเซียงอวิ๋น และบทเพลงเซียนสุ่ย สะท้อนการสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ยาวนานนับพันปี นอกจากนี้ วัฒนธรรมของชุมชนชาวประมงทันก้า เมืองริมน้ำ และประวัติศาสตร์ทางทะเล ล้วนหล่อหลอมรากฐานทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของหนานซา



