เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ร.ต.ท.สุรเดช โพธิ์แดง รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองแค จ.สระบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บภายในห้องเช่าเรือนแถว ซอย 7 ถนนเศรษฐสัมพันธ์ เขตเทศบาล ต.หนองแค จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและมูลนิธิร่วมกตัญญู
ในที่เกิดเหตุพบร่องรอยข้าวของกระจัดกระจาย ส่วนผู้บาดเจ็บโชกเลือด 2 ราย มีพลเมืองดีช่วยพยุงร่างเดินออกไปขอความช่วยเหลือที่ปากซอยส่ง รพ.หนองแค ทราบชื่อคือ นางเอ (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี ถูกยิงเข้าที่แขนซ้าย และน.ส.แก้ว (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ถูกสะเก็ดกระสุนปืนเข้าที่หน้าอก ทั้งคู่เป็นแม่ลูกกัน ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว ส่วนมือปืนไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น นายประยงค์ อายุ 60 ปี เพื่อนบ้านห้องเช่าฝั่งตรงข้าม ซึ่งหลังก่อเหตุได้วิ่งหลบหนีกลับเข้าไปปิดประตูขังตัวเองอยู่ภายในห้องพัก

เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธและเครื่องป้องกันครบมือได้เข้าปิดล้อมพื้นที่ พร้อมส่งสัญญาณเจรจาเกลี้ยกล่อมให้นายประยงค์วางอาวุธและยอมมอบตัว ทว่าหลังจากปิดห้องเงียบอยู่ครู่ใหญ่ กลับมีเสียงปืนดังสนั่นขึ้น 1 นัดมาจากด้านใน เมื่อสิ้นเสียงปืน เจ้าหน้าที่แอบมองลอดช่องประตูพบภาพสลด นายประยงค์ใช้อาวุธปืนลูกซองพกสั้นไทยประดิษฐ์จ่อยิงเข้าที่แก้มขวาทะลุแก้มซ้าย ปลิดชีพตัวเองหนีความผิดกลายเป็นศพจมกองเลือดคาห้องพัก
จากการสืบสวนพยานแวดล้อมพบชนวนเหตุสุดรันทด โดยเพื่อนบ้านเปิดเผยว่า นายประยงค์ซึ่งทำงานเป็นคนดูแลสวนอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม ได้มาแอบหลงรัก น.ส.แก้ว เด็กสาวรุ่นลูกวัย 15 ปี ที่มีหน้าตาดี โดยที่ผ่านมานายประยงค์ยอมทำตัวเป็น “สายเปย์” ทุ่มเทให้ทุกอย่าง ชนิดที่เด็กสาวขอหลักร้อยให้หลักร้อย ขอหลักพันให้หลักพัน แต่ช่วงหลังมานี้ น.ส.แก้ว เริ่มไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนชายวัยรุ่นและพยายามหลบหน้าตีตัวออกห่าง

ด้วยความหึงหวงและแค้นใจที่สูญเงินไปจำนวนมากแต่ไม่ได้ใจ นายประยงค์จึงเก็บความแค้นไว้จนกระทั่งเช้าวันเกิดเหตุ ตัดสินใจคว้าปืนบุกเข้าไปกระหน่ำยิง 2 แม่ลูกถึงในห้องพัก 3 นัดซ้อน หวังฆ่าให้ตาย แต่กระสุนพลาดจุดสำคัญทำให้แค่บาดเจ็บ และเมื่อรู้ตัวว่าหนีไม่รอดจากการปิดล้อมของตำรวจ นายประยงค์จึงเลือกจบชีวิตตัวเองลงเพื่อหนีความผิด



