“ทีมข่าวชุมชนเมือง เดลินิวส์” วันนี้ไปส่องพื้นที่ “รู้สนาม 50 เขต” ในกลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก : เขตคันนายาว และ เขตคลองสามวา พื้นที่ที่มีการแข่งขันสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) น่าจับตาไปแพ้เขตอื่น เช่นเดียวกัน ทั้งคนเดิมและคนใหม่ที่จะมาชิงตำแหน่ง ต่างก็โปรไฟล์ดี เรียกได้ว่ามีคนดังในแวดวงการเมืองช่วยลงพื้นที่หาเสียงตั้งแต่ก่อนวันรับสมัครกันเลย

เริ่มกันที่ เขตคันนายาว เป็นอีกเขตในฝั่งตะวันออกที่มีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายหลังมีการตัดถนนสายหลัก (เช่น ถนนกาญจนาภิเษกวงแหวนรอบนอก และถนนรามอินทรา) จึงทำให้มีโครงการหมู่บ้านจัดสรรระดับกลางถึงระดับบน บ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นจำนวนมาก รวมถึงมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และยังมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่ใช้เชื่อมต่อเข้าเมือง เขตนี้มีขนาดพื้นที่ทั้งหมด 25.98 ตร.กม. จำนวนประชากรรวม 94,851 คน

สำหรับเขตคันนายาวมีชุมชนที่จดทะเบียนจัดตั้งอย่างเป็นทางการทั้งหมด 42 ชุมชน ลักษณะทางกายภาพและวิถีชีวิตส่วนใหญ่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “แหล่งที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลางถึงหนาแน่นน้อย” ควบคู่ไปกับการเป็นย่านพาณิชยกรรมและเกษตรกรรมบางส่วน โดยมีทั้งชุมชนหมู่บ้านจัดสรรและอาคารสูง , ชุมชนเมืองและชุมชนแออัด และชุมชนชานเมืองและชุมชนเกษตรกรรมดั้งเดิม

สำหรับปัญหาร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ในพื้นที่ที่ถูกแจ้งเข้ามามากที่สุด คือ ปัญหาไฟฟ้า ทั้งไฟฟ้าส่องสว่างตามทางสาธารณะหรือในซอยดับ เสาไฟชำรุด หรือสายไฟ/สายสื่อสารห้อยระโยงระยางจนอาจเกิดอันตราย ต่อมาจะเป็นเรื่องปัญหามลพิษทางเสียง อาทิ เสียงดังรบกวนจากการก่อสร้าง ร้านอาหาร สัตว์เลี้ยง หรือการมั่วสุมส่งเสียงดังในยามวิกาล รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ฝุ่นควัน และกลิ่น เช่น การลักลอบเผาขยะในที่โล่ง กลิ่นเหม็นรบกวนจากน้ำเสีย ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นต้น

สก. คนเดิมคือ นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ สังกัดพรรคเพื่อไทย ภรรยาของนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต สส.กทม.พรรคเพื่อไทย โดยในสนามการเลือกตั้งสก.ครั้งนี้ นางชญาดาลงสนามชิงชัยอีกสมัย ในนามกลุ่มอิสระ “คนทำงาน” ละทิ้งสังกัดเดิม อีกทั้งนายพลภูมิสามี ยังออกจากการเป็นสมาชิกพรรค โดยให้เหตุผลเพื่อช่วยกลุ่มคนทำงานหาเสียงเลือกตั้ง สก. อีกด้วย ส่วนคู่แข่งก็มี เช่น น.ส.เกษนันท์ เรืองตาบ พรรคประชาธิปัตย์ , นันท์นภัส สุขสิริฐานันท์ พรรคประชาชน , นายดำรงศักดิ์ ปลอดโปร่ง พรรคเศรษฐกิจ เป็นต้น

เขตต่อมาร้อนแรงไม่แพ้ใคร เขตคลองสามวา มีพื้นที่ประมาณ 110.686 ตร.กม. มีจำนวนประชากรราว 215,427 คน ถือเป็นเขตที่มีประชากรหนาแน่นเป็น “อันดับ 1” โดยมีชุมชนที่จดทะเบียนจัดตั้งอย่างเป็นทางการรวม 83 ชุมชน

ลักษณะภาพรวมของชุมชนสะท้อนการเป็น “เขตรอยต่อกึ่งเมืองกึ่งชนบท” คือ เป็นชุมชนเมืองใหม่และหมู่บ้านจัดสรร (ฝั่งตะวันตก) มีตลาดขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า และสถานศึกษา , ส่วนฝั่งตะวันออก ยังเป็นชุมชนชานเมืองดั้งเดิมและวิถีเกษตรกรรม มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่รอบแนวคูคลอง ยังมีการทำอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่หญ้า เลี้ยงปลา และทำสวนผลไม้ นอกจากนี้ยังมีโรงสีข้าวชุมชนและศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ รวมถึงยังเป็นพื้นที่ชุมชนพหุวัฒนธรรม (ศาสนาพุทธและอิสลาม) ด้วย

เรื่องร้องเรียนส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่สะท้อนข้อจำกัดของระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ในย่านกึ่งเมืองกึ่งชนบท ทั้งถนนชำรุด เป็นหลุมเป็นบ่อ เกิดฝุ่นละออง และเกิดความล่าช้าในการปรับปรุงซ่อมแซมในบางจุด ปัญหาทางเท้า ไฟฟ้าส่องสว่างดับชำรุด ปัญหาด้านขยะ และการลักลอบเผา เป็นต้น

สก.คนเดิมคือ น.ส.นฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ หลานสาวของนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่กำลังถูกพูดถึงกันเป็นวงกว้าง หลังออกมาให้สัมภาษณ์ประเด็นเรื่องการทุจริต เชื่อมโยงกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. และผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. โดยรอบนี้ น.ส.นฤนันมนต์ ลงชิงชัยเก้าอี้ สก.คลองสามวา ในนามกลุ่ม “เพื่อไทย Life ลงตัว” ซึ่งหลังจากกระแสของนายจิรายุที่มีออกมา หลายคนก็ตั้งคำถามถึงคะแนนเสียงของ น.ส.นฤนันมนต์ ว่าจะได้รับผลกระทบด้วยหรือไม่

ส่วนคู่แข่งก็มี เช่น นายสุรเกียรติ หวังพิทักษ์ พรรคประชาชน , นายมนูญ อินช่วย พรรคประชาธิปัตย์ , นายณรงค์ เกียรติเสรีกุล พรรคเศรษฐกิจ , นายสายัณห์ กุศลพันธ์ กลุ่มคนทำงาน ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการฝ่ายโยธา เขตคลองสามวา เป็นต้น.