ปฏิวัติวงการต่อแถวของญี่ปุ่น! ยุคนี้อยากกินร้านดังไม่ต้องยืนรอจนขาแข็งอีกต่อไป เมื่อสมรภูมิร้านอาหารญี่ปุ่นกำลังตื่นตัวกับบริการ “FastPass” หรือตั๋วด่วนดิจิทัล ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้า “จ่ายเงินเพิ่ม” เพื่อแซงคิวเข้าร้านได้ทันที นำร่องโดยสตาร์ทอัพไอที และเชนร้านดังอย่าง ราเมงข้อสอบ “Ichiran” ชูวัฒนธรรม “ไทปา” (Taipa) เน้นประสิทธิภาพด้านเวลา แม้จะโดนจวกเละว่าทำเพื่อคนรวย แต่ผลสำรวจชี้ชัด ลูกค้าส่วนใหญ่คือวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยอมควักเนื้อซื้อเวลา!
สำนักข่าวต่างประเทศ รวมถึงหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่อย่าง Nihon Keizai Shimbun รายงานว่าบริการ “FastPass” สำหรับร้านอาหารกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในหัวเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น ทั้ง โตเกียว โอซาก้า และเกียวโต โดยมีหัวหอกสำคัญคือบริษัทไอทีสตาร์ทอัพที่ชื่อว่า “Suisui” ซึ่งเริ่มทำธุรกิจนี้มาตั้งแต่ปี 2023 และปัจจุบันมีร้านอาหารชื่อดังเข้าร่วมแล้วกว่า 80 แห่ง
ขั้นตอนการใช้งานถูกออกแบบมาให้ง่าย และไร้รอยต่อ หากลูกค้าเดินไปเจอร้านอาหารที่มีแถวยาวเหยียด เพียงแค่ใช้สมาร์ตโฟนสแกนคิวอาร์โค้ดที่หน้าร้าน ระบบจะเชื่อมต่อไปยังหน้าตัดบัตรเครดิต เพื่อซื้อบัตร FastPass ดิจิทัล และเมื่อชำระเงินเสร็จ ลูกค้าจะสามารถเดินแซงทุกคิวเข้าร้านไปรับประทานอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องไปยืนต่อแถวให้เสียเวลา
ความน่าสนใจของระบบ FastPass คือ “ราคาตั๋วที่ไม่คงที่” แต่จะใช้ระบบ Dynamic Pricing อัลกอริทึมจะคำนวณราคาแบบเรียลไทม์ผ่านตัวแปร 6 ประการ เช่น ความหนาแน่นของแถวหน้าร้าน สภาพอากาศในขณะนั้น และช่วงเวลาของวัน

ความพีคคือในบางช่วงเวลาที่ร้านฮิตจัดๆ ราคาของ FastPass อาจพุ่งสูงกว่าราคาอาหารหลายเท่าตัว ยกตัวอย่างเช่น ร้านโซบะชื่อดังระดับตำนานอย่าง Den ในเกียวโต ที่เพิ่งนำระบบนี้มาใช้ พบว่าทำยอดขายเฉพาะค่า FastPass ได้สูงถึง 419,000 เยน (ราว 9 หมื่นกว่าบาท) ภายในเดือนเดียว โดยมีตั๋วด่วนที่แพงที่สุดพุ่งไปถึง 8,000 เยน (ประมาณ 1,800 กว่าบาท) ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าค่าอาหารเฉลี่ยต่อหัวของร้านถึง 6 เท่า! โดยรายได้จากค่าตั๋วแซงคิวนี้ จะถูกนำมาแบ่งครึ่ง 50:50 ระหว่างบริษัทซุยซุยและร้านอาหาร
ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากระทบกระทั่ง หรือทำลายระบบคิวเดิม ทางซุยซุยจึงจำกัดโควตาผู้ใช้ FastPass ไว้ที่ไม่เกิน 10% ของจำนวนลูกค้าทั้งหมดในแต่ละวัน
แม้มาตรการนี้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมบางส่วนว่าเป็น “บริการที่เอื้อประโยชน์ให้คนรวย” หรือ “ทำลายวัฒนธรรมการต่อคิวอันเป็นระเบียบของญี่ปุ่น” แต่ เคอิจิโร ซาโตะ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของซุยซุย ได้ออกมาโต้แย้งด้วยข้อมูลสถิติว่า กว่า 70% ของผู้ใช้งานจริง คือกลุ่ม “คนหนุ่มสาวอายุ 20-30 ปี” ในร้านอาหารบางแห่ง 90% ของผู้ซื้อตั๋วด่วนคือ “นักท่องเที่ยวต่างชาติ”
ซีอีโอซุยซุยชี้แจงว่า “การตัดสินใจซื้อ FastPass ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าลูกค้าคนนั้นรวยหรือไม่รวย แต่มันขึ้นอยู่กับว่า พวกเขามีการประเมินค่าของเวลาอย่างไรต่างหาก”
ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ในญี่ปุ่นกำลังอินกับแนวคิด “ไทปา” (Taipa – Time Performance) หรือพฤติกรรมที่เน้นความคุ้มค่าของเวลาสูงสุด นักท่องเที่ยวต่างชาติที่บินมาญี่ปุ่นมีเวลาจำกัด พวกเขาจึงมองว่า การจ่ายเงินเพิ่มหลักพันบาทเพื่อข้ามคิว 2 ชั่วโมง แล้วเอาเวลาไปเดินเที่ยวชอปปิงต่อนั้นเป็นเรื่องที่ ‘คุ้มค่าขั้นสุด’
กระแสดังกล่าวทำให้แพลตฟอร์มจองร้านอาหารยักษ์ใหญ่อย่าง TableCheck ต้องกระโดดลงมาร่วมวงเปิดตัว FastPass ของตัวเองในร้านอาหารอีกกว่า 100 แห่ง รวมไปถึงเชนราเมงระดับโลกอย่าง Ichiran ราเมงข้อสอบ ที่เปิดตัวระบบในชื่อ ‘Fast Entry’ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่เวลาน้อย ได้กินด่วนและซื้อของฝากกลับบ้านได้ทันที
ที่มาและภาพ : insight korea, ai



