เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษก กอ.รมน. พร้อมด้วย พ.อ.ฐิติพงษ์ อินวะษา รอง ผอ.รมน.จังหวัดสุราษฎร์ธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีข้อความเผยแพร่ในโลกออนไลน์จนเกิดความเข้าใจผิด ต่างชาติสั่งหยุดงานบวช โดยระบุว่า ชาวต่างชาติดังกล่าวเป็นบุคคลสัญชาติยิว ซึ่งจากการตรวจสอบโดยการเรียกผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงชาวต่างชาติคนดังกล่าวมาพูดคุย ปรากฏว่าเป็นชาวยูเครน และยังพบว่าปัญหาดังกล่าวมาจากความคาดเคลื่อนในการสื่อสารภาษาอังกฤษจากทั้งสองฝ่ายจึงทำให้เข้าใจไม่ตรงกัน
ขณะที่ พ.อ.ฐิติพงษ์ อินวะษา รอง ผอ.รมน.จังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ในการตรวจสอบพบว่ามีการนำภาพต้นฉบับไปตัดต่อด้วย AI และเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ที่สำคัญมีสื่อมวลชนหลัก นำข้อความและภาพจาก AI ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง จนสร้างความเข้าใจผิดและกระแสความขัดแย้งในสังคม จึงขอความร่วมมือประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ และร่วมกันไม่เป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่ข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน หรือเนื้อหาที่อาจสร้างความแตกแยกในสังคม เพื่อรักษาบรรยากาศแห่งความเข้าใจและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของทุกภาคส่วน
ต้องยอมรับว่าการแก้ปัญหาการประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าวในพื้นที่ท่องเที่ยว มีความเกี่ยวข้องและต่อเนื่องกันในหลายมิติ ที่ผ่านมาจังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะ ผอ.รมน.จังหวัด ได้มีการดำเนินการกวาดล้างจับกุมมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราไม่ได้เน้นไปถึงชาวต่างด้าวชาติใดชาติหนึ่ง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้กลับกลายเป็นว่าเกิดกระแสต่อต้านชาวอิสราเอลเป็นหลัก ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลของหน่วยงานความมั่นคง เกิดมาจากปัจจัยหลายสาเหตุ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง ในการลงพื้นที่จะมีการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำไปวิเคราะห์และเสนอต่อ ผอ.รมน. ต่อไป

ขณะเดียวกกัน นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา และโฆษกคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้ยื่นกระทู้ถามต่อรัฐบาลเกี่ยวกับสถานการณ์การถือครองที่ดิน การลงทุน และการดำเนินธุรกิจของชาวต่างชาติในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยเฉพาะประเด็นการใช้บุคคลสัญชาติไทย เป็นตัวแทนถือครองทรัพย์สินหรือประกอบธุรกิจแทนบุคคลต่างด้าว (นอมินี) ในการประชุมวุฒิสมาชิก
นายไชยยงค์ ระบุว่า ปัจจุบันรูปแบบภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติได้เปลี่ยนแปลงจากการเผชิญหน้าทางทหารแบบดั้งเดิมไปสู่การดำเนินการในลักษณะที่เรียกว่า “ภัยคุกคามรูปแบบใหม่” หรือ Hybrid Threats ซึ่งอาจปรากฏในรูปแบบของการแทรกซึมทางเศรษฐกิจ สังคม และการถือครองทรัพยากรสำคัญผ่านช่องทางทางกฎหมายที่ซับซ้อน และมีรายงานข้อมูลจากหลายหน่วยงานที่ชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวของการลงทุนและการพำนักระยะยาวของชาวต่างชาติในพื้นที่สำคัญหลายแห่ง อาทิ เกาะสมุย เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี จ.ภูเก็ต อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงใหม่ รวมถึงบางพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทั้งทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และความมั่นคง ประเด็นที่น่ากังวลคือข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้โครงสร้างนิติบุคคลหรือบุคคลสัญชาติไทย เป็นตัวแทนในการถือครองทรัพย์สินและดำเนินธุรกิจแทนชาวต่างชาติ ซึ่งหากมีการกระทำดังกล่าวจริง อาจเข้าข่ายการหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและกฎหมายที่ดิน
นายไชยยงค์ กล่าวด้วยว่า การเปลี่ยนมือของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและทรัพย์สินจากคนในพื้นที่ไปสู่กลุ่มทุนต่างชาติผ่านโครงสร้างนอมินี อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น ทำให้ประชาชนในพื้นที่เข้าถึงทรัพยากรได้ยากขึ้น และอาจก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำหรือความขัดแย้งทางสังคมในอนาคต

นอกจากนี้ ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นที่หน่วยงานภาครัฐจะต้องติดตามและตรวจสอบเส้นทางการเงิน การถือหุ้น และความเชื่อมโยงของนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของชาวต่างชาติในพื้นที่ยุทธศาสตร์ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส
ทั้งนี้ในการยื่นกระทู้สด สำหรับข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล นายไชยยงค์เห็นว่า ควรมีการบูรณาการฐานข้อมูลระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบเครือข่ายนอมินี รวมทั้งติดตามธุรกรรมทางการเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับการถือครองทรัพย์สินแทนบุคคลต่างด้าว
นายไชยยงค์ ย้ำว่า การตั้งกระทู้ถามครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน และเพื่อให้เกิดมาตรการป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว โดยยืนยันว่าการดำเนินการใด ๆ ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักนิติธรรม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ



