เมื่อวัน ที่ 10 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,134 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลระหว่างในวันที่ 6-9 มิถุนายน 2569
กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่า ประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้ ต่อการเลือกตั้งผู้เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร โดยมีการรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ในวันที่ 28 พฤษภาคม-1 มิถุนายน 2569 หลังจากการรับสมัครเป็นช่วงของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทั้งในส่วนของผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต
ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2562 กำหนดผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีอำนาจกำหนดนโยบาย ทิศทางการแก้ไข พัฒนา และบริหารราชการให้เป็นไปตามแผน มีอำนาจสั่งการที่เกี่ยวกับราชการของกรุงเทพมหานคร และรักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร บริหารภายในหน่วยงานกรุงเทพมหานคร ให้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ แต่งตั้งหรือถอดถอนรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และข้าราชการการเมืองอื่นๆ และบริหารจัดการข้าราชการประจำของกรุงเทพมหานคร นำนโยบายจากรัฐบาลกลางมาปฏิบัติ มีหน้าที่ดูแล การจราจรและการขนส่ง ความสะอาดและความเป็นระเบียบของเมือง การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การสาธารณสุข การศึกษา ระบบสาธารณูปโภค การผังเมืองและพัฒนาเมือง ความปลอดภัยและการสนับสนุนหน่วยงานในพื้นที่ ศิลปะ วัฒนธรรม และชุมชน

ในส่วนของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร มีหน้าที่เสนอและพิจารณาให้ความเห็นชอบการตราข้อบัญญัติ กรุงเทพมหานครตราข้อบัญญัติเก็บภาษีบำรุงกรุงเทพมหานครพิจารณาและให้ความเห็นชอบในร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีทุกหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ควบคุมและตรวจสอบการบริหารงานของฝ่ายบริหารด้วยวิธีการต่างๆ เปิดอภิปรายทั่วไป ให้ข้อเสนอแนะต่อการทำงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือตั้งกรรมการสามัญฯ และคณะกรรมการวิสามัญฯ เพื่อพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใดอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานครแล้วรายงานต่อสภากรุงเทพมหานคร
โดยการเลือกตั้งผู้เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานครในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น. โดยการสำรวจมีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ทราบว่าในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ร้อยละ 78.4 และคิดว่าปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการเลือกตั้งครั้งนี้ อันดับหนึ่งคือ ตัวผู้สมัคร ร้อยละ 81.1 อันดับสองคือ พรรคการเมืองที่สังกัด / กลุ่มการเมืองที่สังกัด/ อิสระ ร้อยละ 18.9
อยากได้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มีคุณสมบัติ อันดับหนึ่งคือ มีการปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ ร้อยละ 22.5 อันดับสองคือ มีความซื่อสัตย์โปร่งใส ร้อยละ 18.6อันดับสามคือ มีความขยันทุ่มเทในการทำงาน ร้อยละ 22 อันดับสี่คือ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ร้อยละ 13.2 อันดับห้าคือ มีการปฏิบัติงานให้เห็นเป็นรูปธรรม ร้อยละ 12.6และอันดับสุดท้ายคือ มีการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ร้อยละ 11.1
และคิดว่าจะตัดสินใจในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อันดับหนึ่งคือ ผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 47.2 อันดับสองคือ ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 20.8 อันดับสามคือ ผู้สมัครสังกัดพรรคการเมือง ร้อยละ 16.9 และอันดับสุดท้ายคือ ผู้สมัครจากกลุ่มทางการเมือง ร้อยละ 15.1
คิดว่านโยบายที่อยากให้ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้ความสำคัญอันดับหนึ่งคือ ด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิตร้อยละ 23 อันดับสองคือ ด้านเศรษฐกิจและการส่งเสริมอาชีพ ร้อยละ 21.3 อันดับสามคือ ด้านความสะอาดและสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 19.9 อันดับสี่คือ ด้านศิลปวัฒนธรรมและการพัฒนาเมือง ร้อยละ 15 อันดับห้าคือ ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 12.5
และปัญหาที่อยากให้ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนมากที่สุด อันดับหนึ่งคือ ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 25.3 อันดับสองคือ ปัญหาการคอร์รัปชัน ร้อยละ24.4 อันดับสามคือ ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย ร้อยละ 10.8 อันดับสี่คือ ปัญหาสถานบริการฝ่าฝืนกฎหมาย ร้อยละ 9.6 อันดับห้าคือ ปัญหาการจัดการน้ำเสีย ร้อยละ 8.9
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดว่าตัดสินใจในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 อันดับหนึ่งคือนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 52.8 อันดับสองคือ ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 16.1 อันดับสามคือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ร้อยละ 8.1 อันดับสี่คือ นายอนุชา บูรพชัยศรี ร้อยละ 6.3 อันดับห้าคือ พลตำรวจโท ชาญเทพ เสสะเวช และ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ร้อยละ 2.2 โดยไม่คิดว่าจะตัดสินใจในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร จากพรรคการเมืองเดียวกัน / กลุ่มการเมืองที่สังกัด ร้อยละ 39.2

อยากได้สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ที่มีคุณสมบัติ อันดับหนึ่งคือ มีความขยันทุ่มเทในการทำงาน ร้อยละ 31.6 อันดับสองคือ ยังมีความซื่อสัตย์โปร่งใส ร้อยละ 23.5 อันดับสามคือ มีการปฏิบัติตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ ร้อยละ 16.1 อันดับสี่คือ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ร้อยละ 11.2 อันดับห้าคือ มีการปฏิบัติงานให้เห็นเป็นรูปธรรม ร้อยละ 9.9 และอันดับสุดท้ายคือ มีการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วร้อยละ 7.7 คิดว่าตัดสินใจ
ในการเลือกผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร อันดับหนึ่งคือยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 32.1 อันดับสองคือ ยังผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 31.4 อันดับสามคือ ผู้สมัครจากกลุ่มทางการเมือง ร้อยละ 19.9 และอันดับสุดท้ายคือ ผู้สมัครสังกัดพรรคการเมือง ร้อยละ 16.6
และคิดว่าจะตัดสินใจในการเลือกผู้สมัคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 อันดับหนึ่งคือ ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 31.8 อันดับสองคือ ผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 25.1 อันดับสามคือ ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 14.5 อันดับสี่คือ ผู้สมัครพรรคประชาชน ร้อยละ 13.7 อันดับห้าคือ ผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 4.7.



