เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. บรรยากาศที่ศาลแพ่งพระโขนง ยังเต็มไปด้วยแฟนคลับที่รอให้กำลังใจนายทราย สก๊อต ทันทีที่ลงมาจากห้องไกล่เกลี่ยที่ใช้ไกล่เกลี่ยคดีลูกเนรคุณ แฟนคลับได้พร้อมใจกันตะโกนว่า “ทราย สมุทร สู้ ๆ!” ก่อนจะเข้าไปโผกอดให้กำลังใจ และมอบของที่ระลึก พร้อมบอกว่า “ทรายสู้ๆ ไม่เป็นไรนะ”

ต่อมา นายทราย สก๊อต ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน พร้อมกับ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และ น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือ “ทนายปุ้ย” และอาจารย์คมสัน โพธิ์คง ด้าน นายทราย สก๊อต เปิดเผยว่า ตนได้นำสัญญาที่ทำไว้เมื่อปี 2023 โดยนายทรายบอกว่า เป็นสัญญาที่ทำขึ้นมาเพื่อปิดปากตน ตอนที่ตนโดนพี่เลี้ยงข่มขืน ทั้งที่ไปขอความช่วยเหลือ ขอความรักจากครอบครัว แต่กลับได้สัญญาปิดปาก ห้ามไม่ให้พูดเนื้อหาที่โดนกระทำ เพื่อรักษาเกียรติยศของครอบครัว มองว่าเป็นสัญญาปิดปากที่ซื้อความเป็นมนุษย์ โดยในสัญญาระบุว่าจะให้ปีละ 5 ล้านบาท และมีข้อระบุชัดเจนว่าผู้รับสัญญาจะตกลงรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงของตระกูล ซึ่งเรื่องนี้คนในครอบครัวก็รับรู้ ในวันเดียวกันตนก็ได้เล่าเรื่องที่ถูกพี่ชายกระทำให้ครอบครัวได้รับรู้ ซึ่งในสัญญานี้ระบุไว้ด้วยว่าหากทำผิดสัญญาจะหยุดให้เงิน โดยวันนั้นตนได้เซ็นสัญญาไปด้วยความไม่รู้ พอโตขึ้นมาจึงรู้ว่าไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเงิน ความจริงไม่มีวันตาย ก่อนที่นายทราย สก๊อต จะทำการฉีกสัญญาฉบับดังกล่าว พร้อมบอกว่าตนไม่เล่นแบบนี้ ความเป็นมนุษย์ซื้อไม่ได้ และหลังจากที่ฉีกสัญญาใบนี้แล้วจะนำไปใส่ถังขยะรีไซเคิลเพื่อทำประโยชน์ให้มากกว่านี้

ทั้งนี้ อาทิตย์ที่ผ่านมาตนไปเจอพินัยกรรมของคุณตาและคุณยายที่ทนายความช่วยคัดให้ จึงได้พบเอกสารดังกล่าว ซึ่งตนไม่เคยเห็นมาก่อน พอไปถามคนในครอบครัว เขาบอกว่าไม่ได้มีอะไร แต่จากการตรวจสอบพบว่ามีทรัพย์สินหลายอย่างที่ไม่เคยรู้เลยว่าคุณยายทิ้งไว้ให้ และไม่เคยรู้ว่า “มีนา” ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของตน มีชื่อเป็นพยานอยู่ในพินัยกรรมฉบับนั้น ส่วนรายละเอียดนอกเหนือจากนี้ ตนจะโพสต์ใน Facebook ส่วนตัวอีกครั้ง ส่วนรายละเอียดในคดี ตนไม่สามารถให้ข้อมูลได้ คู่กรณีก็ไม่สมควรที่จะพูดอะไร นอกจากเรื่องที่มีการนัดไกล่เกลี่ยกันในอาทิตย์หน้า

เมื่อถามว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง นายทราย เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้ไม่มีคำบรรยายใดมาแทนความรู้สึกได้ ไม่สามารถมีใครมาซื้อเสียงของตนเองได้ ไม่ว่าเงินหรืออำนาจจะมากแค่ไหนก็ตาม

ด้านทนายคมสัน เปิดเผยว่า รายละเอียดในการไกล่เกลี่ยวันนี้ศาลไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ แต่คงไม่สามารถบอกได้ว่าใช้บังคับได้หรือไม่ เพราะอยู่ที่ศาลพิจารณา แต่สัญญาดังกล่าวถือว่าขัดต่อเสรีภาพในการพูด

ด้าน ดร.ทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร เปิดเผยว่า วันนี้เป็นขั้นตอนในการไกล่เกลี่ยยังไม่มีใครแพ้หรือชนะ และแม่มีความประสงค์ที่จะเดินทางมาร่วมไกล่เกลี่ย แต่มาไม่ได้ เนื่องจากเครียดรับประทานยาเข้าไป โดยขั้นตอนในการพิจารณาไกล่เกลี่ยในวันนี้ไม่ให้เปิดเผยรายละเอียด โดยจะมีการพิจารณาไกล่เกลี่ยกันอีกครั้งในวันที่ 16 มิถุนายน เวลา 09.00 น. ส่วนคุณแม่จะเดินทางมาด้วยหรือไม่นั้นยังไม่ทราบ ส่วนทางแม่จะมีความยืดหยุ่นมากแค่ไหนนั้น ระบุว่าส่วนตัวไม่รู้ แต่มีแนวโน้มที่ดีในการไกล่เกลี่ย เพราะทั้งสองฝั่งจะนำข้อเสนอของแต่ละฝั่งไปพิจารณากัน ทนายยังระบุด้วยว่า แม่ของนายทราย ขณะนี้มีความเครียด และต้องทานยาเพราะเรื่องที่เกิดเกี่ยวข้องกับคนที่แม่รัก และกล่าวว่า ไม่มีแม่คนไหนไม่รักลูก