เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 69 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ทั้งนี้มีการพิจารณากระทู้ถามสดของนายกฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรคประชาชน (ปชน.) สอบถามนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ถึงกรณีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อนุญาตให้โรงงานซินเคอหยวน สตีล จ.ระยอง กลับมาเปิดกิจการผลิตเหล็กใหม่ หลังจากที่ตรวจพบว่า การผลิตเหล็กไม่ได้มาตรฐาน ทั้งนี้การตรวจสอบล่าสุด ที่หน่วยงานตรวจสอบแล้วระบุว่าผ่านมาตรฐาน จะเป็นไปได้อย่างไร ทั้งที่กระบวนนการผลิต และยังใช้เตาหลอมแบบเดียวกัน

ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ชี้แจงว่า รัฐมนตรีไม่มีอำนาจในกระบวนการสั่งปิด หรือ เปิดโรงงานนั้น เพราะตามกฎหมายให้เป็นอำนาจของปลัดกระทรวง ทั้งนี้ไม่ได้โยนปัญหาให้ข้าราชการรกระทรวงตอบ แต่สิ่งที่ตนจะทำได้หรือไม่ ต้องมีสิทธิตรวจสอบ หากก้าวก่ายการเปิด หรือปิดโรงงาน จะถูกครหาเรื่องอื่นได้อีก อย่างไรก็ดี ตามรายงานของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) พบว่าได้สุ่มตรวจการผลิตเหล็กทุกโรงงานผลิตทั้ง 40 แห่ง โดยประสานไปยังหน่วยงานท้องถิ่น เช่น อุตสาหกรรมจังหวัด รวมถึงเครือข่ายประชาชน ให้ตรวจทั้งการผลิตในโรงงาน ศูนย์กระจายสินค้า จุดจำหน่ายหน้าร้านและสถานที่ก่อสร้าง เดือนละ 2 ครั้ง ว่าได้มาตรฐานหรือไม่ หากไม่ได้มาตรฐานจะดำเนินการตามกฎหมาย โดยสั่งให้แก้ไข และหากหลังการแก้ไข แต่ไม่ได้มาตรฐานไม่จะปิดโรงงานอีกครั้งทันที

“ในเดือน มิ.ย. นี้ จะมีการกำหนดมาตรการ และข้อกำหนดต่อการคัดเลือกเศษเหล็กผลิตเหล็กเส้น เคมีน้ำเหล็ก และกระบวนการที่ทำให้เหล็กเย็นลงโดยไม่ใช้น้ำ เพื่อให้ได้มาตรฐาน ทั้งนี้การกำหนดมาตฐานและการตรวจอย่างละเอียด จะสามารถให้ความมั่นใจให้ประชาชนและคุมมาตรรฐานได้ 2-3 เดือนนี้” นายวราวุธ กล่าว

นายวราวุธ ชี้แจงอีกว่า ในการตรวจสอบ หากไม่ติดขัด จะให้ นายกฤช หรือทีมงานร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมกับคณะของกระทรวงอุตสาหกรรมด้วย เพื่อให้เห็นถึงกระบวนการตรวจสอบ เพื่อสร้างความมั่นใจ แต่หากร่วมตรวจแล้ว ไม่ได้มาตรฐานจะสั่งปิดอีกรอบ ขณะที่ประเด็นฝุ่นแดงนั้น จากการตรวจสอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีข้อสรุปว่าไม่มีการนำเข้า หรือส่งออก ที่สูงเกินปริมาณที่ผลิตได้ และยังรับฟังไม่ได้ว่า ได้กระทำความผิดตามกฎหมาย ขณะที่โรงผลิตเหล็ก ที่ใช้เทคโนโลยีไอเฟ ปัจจุบันมี 10 แห่ง และถูกสั่งปิด 4 แห่ง ดังนั้นโรงงานที่เปิดนั้น ไม่มีเฉพาะซินเคอหยวนเท่านั้น แต่อีกแห่งต้องดูถึงมาตรฐาน และคุณภาพของเหล็กเช่นกัน

“การตรวจนั้น ได้ตรวจละเอียดไม่ได้ทำแบบครึ่งๆ กลางๆ เมื่อตรวจผ่านจำต้องเปิด พอเปิดแล้วระยะผ่านไป พบกระบวนนการผลิต ทำให้ได้เหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานจะให้แก้ไข หากแก้ไขไม่ได้ จะสั่งปิด ยืนยันไม่ได้ตรวจครึ่งๆ กลางๆ เพราะวันข้างหน้าอาจถูกดำเนินคดีได้ ส่วนการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีผลิตเหล็ก อยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีกรีนสติล ดังนั้นต้องดูสถานการณ์โลก และเทคโนโลยี ที่ต้องตอบโจทย์มาตรฐานของการผลิตเหล็ก เพื่อสร้างความปลอดภัย” นายวราวุธ กล่าว

ทั้งนี้ นายกฤช ได้ใช้เวลาช่วงท้าย ระบุว่า พร้อมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบด้วยกัน และขณะนี้ได้ยื่น ร่าง พ.ร.บ.กรมโรงงาน ต่อสภา ขอให้ รมว.อุตสาหกรรม สนับสนุนด้วย