เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 69 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการพื้นที่ป่าครั้งสำคัญ เปิดฉากฝึกอบรมหลักสูตร “นักบริหารพื้นที่ป่าอนุรักษ์ระดับสั่งการ (Command Protected Area Management Course)” รุ่นที่ 1 อย่างเป็นทางการ ณ อาคารปลอดประสพ ศูนย์ฝึกอบรมที่ 5 (ตาก) อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์การยกระดับผู้นำภาคสนามยุคดิจิทัลเพื่อพิทักษ์ทรัพยากรของชาติอย่างยั่งยืน

สำหรับพิธีเปิดในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินทางมาเป็นประธานในพิธีพร้อมมอบนโยบายการทำงาน โดยมี นายเฉลิม พุ่มไม้ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) นายเลิศ เอื้อทวีพล ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล นายกอบกิจ ไกรนรา ผู้อำนวยการส่วนฝึกอบรม นายจงพิพัฒน์ อุทรักษ์ หัวหน้าศูนย์ฝึกอบรมที่ 5 (ตาก) และคณะวิทยากร ตลอดจนหัวหน้าหน่วยงานในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยในระหว่างการมอบนโยบายว่า “หัวหน้าพื้นที่ภาคสนาม ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ทุกท่านคือ “หัวใจสำคัญที่สุด” ในการปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่าของประเทศไทย อยากจะเน้นย้ำว่า หน้าที่ของหัวหน้าพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ไม่ได้มีเพียงแค่การเดินลาดตระเวนหรือดูแลผืนป่าในมิติมิติเดียวอีกต่อไป แต่พวกท่านต้องรับผิดชอบใน “ทุกมิติ” ของพื้นที่ และต้องบริหารจัดการภายใต้ ข้อจำกัดในทุก ๆ เรื่อง ให้สำเร็จลุล่วงให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดด้านงบประมาณ กำลังพล หรือความกดดันจากสถานการณ์ภายนอก ยิ่งในยุค VUCA World ที่ทุกอย่างผันผวน ซับซ้อน และภัยคุกคามทรัพยากรธรรมชาติปรับเปลี่ยนรูปแบบตลอดเวลา การทำงานเชิงรับแบบเดิม ๆ จึงไม่เพียงพออีกต่อไป

การเปิดหลักสูตรระดับสั่งการ รุ่นที่ 1 ในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การอบรมตามภารกิจประจำปี แต่คือการสร้าง “แม่ทัพป่าอนุรักษ์ยุคใหม่” ที่ต้องขับเคลื่อนงานผ่านระบบ Single Command หรือการบริหารจัดการเชิงพื้นที่เบ็ดเสร็จในจุดเดียว มีความเด็ดขาด แม่นยำ และยึดมั่นในคุณธรรม

สิ่งที่เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของพวกเราในตอนนี้ คือการขับเคลื่อนภารกิจตามกฎหมายใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ผมขอเน้นย้ำให้ทุกคนให้ความสำคัญกับมาตรา 64 และมาตรา 121 ที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบที่ดิน การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของราษฎรในเขตป่าอนุรักษ์ เราต้องเปลี่ยนจาก “ผู้ขัดแย้ง” มาเป็น “ผู้บริหารจัดการ” ช่วยเหลือประชาชนให้มีสิทธิทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่ไปกับการควบคุมไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่มเติม ด้านการจัดเก็บและใช้ประโยชน์จากเงินรายได้) เงินรายได้ของอุทยานฯ ต้องถูกนำมาบริหารจัดการอย่างโปร่งใส คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนางานอนุรักษ์ รวมถึงการดูแลสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภาคสนามอย่างทั่วถึง

อีกหนึ่งมิติที่สำคัญคือ “งานมวลชน” เราไม่สามารถปกป้องป่าได้ด้วยกำลังของเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียว หัวหน้ายุคใหม่ต้องมีศิลปะในการครองใจคน ดังนั้น ผมจึงมีนโยบายผลักดัน จัดให้มีอาสาพัฒนาชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้พวกเขาเป็นโซ่ข้อกลาง เป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจระหว่างกรมอุทยานฯ กับชุมชนโดยรอบ เปลี่ยนชาวบ้านรอบแนวเขตป่าให้มาเป็นหูเป็นตา และเป็นแนวร่วมในการอนุรักษ์ที่เข้มแข็ง

หลักสูตร 15 วันต่อจากนี้ คือการติดอาวุธทางปัญญา นำนวัตกรรมและแนวคิดเชิงรุกมาขับเคลื่อนงาน เพื่อยกระดับมาตรฐานการทำงานของกรมอุทยานฯ ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และส่งมอบผืนป่าที่สมบูรณ์พร้อมระบบการบริหารจัดการที่ยั่งยืนให้แก่คนรุ่นต่อไป

ขณะที่ นายเฉลิม พุ่มไม้ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง ในนามคณะกรรมการอำนวยการฝึกอบรม ได้กล่าวรายงานถึงรายละเอียดของหลักสูตรเพิ่มเติมว่า การฝึกอบรมในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-24 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลา 15 วัน (105 ชั่วโมง) โดยคัดเลือกข้าราชการแกนนำสายวิชาการป่าไม้ที่มีศักยภาพสูงจากทั่วประเทศจำนวน 40 คน เข้ามาร่วมเติมเต็มองค์ความรู้ เพื่อเตรียมความพร้อมและรองรับเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path) ในตำแหน่งหัวหน้าพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ระดับที่ 1 ในอนาคต

สำหรับโครงสร้างเนื้อหาได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากงบเงินอนุรักษ์สัตว์ป่า แบ่งออกเป็น 4 หมวดวิชาหลัก ได้แก่ วิชาวิสัยทัศน์ แผนยุทธศาสตร์และการนำองค์กร, วิชาการบริหารทิศทางนโยบายและบริหารการเปลี่ยนแปลง, วิชาการบริหารผลงานกับการบริหารด้านทรัพยากรและเทคโนโลยี และวิชาการบริหารตนและบริหารคนเพื่อความสมดุลในองค์กร ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาบุคลากรกรมอุทยานฯ โดยได้รับเกียรติจากทีมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจาก 3 ภาคส่วนหลัก ทั้งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ข้าราชการบำนาญผู้เชี่ยวชาญ และสถาบัน/ภาคเอกชนชั้นนำระดับประเทศมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์

หลักสูตรนี้เราไม่ได้วัดผลแค่การนั่งฟังในห้องเรียน แต่เราตั้งเป้าหมายว่าผู้เข้ารับการอบรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ต้องผ่านเกณฑ์การวัดผลสัมฤทธิ์อย่างเข้มงวด มีการทำ Pre-test และ Post-test สังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด และหลังจากจบหลักสูตรไปแล้ว จะมีการติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ภาคสนามอีกไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะสามารถนำทักษะและสมรรถนะขั้นสูงที่ได้จากที่นี่ ไปขับเคลื่อนและถ่ายทอดสู่ทีมงานในพื้นที่ได้อย่างเป็นระบบและเกิดผลเป็นรูปธรรมที่สุด” นายเฉลิม กล่าว

ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิด อธิบดีกรมอุทยานฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และแขกผู้มีเกียรติ ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้เป็นที่ระลึก ณ บริเวณศูนย์ฝึกอบรมที่ 5 (ตาก) เพื่อแสดงสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และเปรียบเสมือนการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ “นักบริหารป่าอนุรักษ์ยุคใหม่” ที่จะเติบโตไปเป็นกำลังหลักในการปกป้อง ดูแล และรักษาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยให้มั่นคงและยั่งยืนสืบไป.