เมื่อเวลาประมาณ 16.40 น. วันที่ 11 มิ.ย. 69 พ.ต.อ.ต่อลาภ เล็งฮะ ผกก.สภ.มายอ ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดขบวนรถของ นายดนุช นาคสง่า นายอำเภอมายอ ขณะเดินทางกลับจากเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลในพื้นที่ ต.ลูโบ๊ะยิไร อ.มายอ จ.ปัตตานี ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากอาการหูอื้อ จำนวน 6 นาย
หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกำลังฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้รุดเข้าตรวจสอบทันที ที่เกิดเหตุบริเวณถนนชลประทานกำลังก่อสร้าง บ้านโคกกอ ต.ลูโบ๊ะยิไร อ.มายอ พบหลุมระเบิดอยู่ริมถนน และมีสะเก็ดระเบิดกระจัดกระจายทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน พร้อมปิดกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย และไม่อนุญาตให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายดนุช นาคสง่า นายอำเภอมายอ พร้อมเจ้าหน้าที่ อส. ได้เดินทางไปเป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาในพื้นที่ ต.ลูโบ๊ะยิไร โดยใช้รถยนต์รวม 3 คัน และระหว่างเดินทางกลับผ่านเส้นทางดังกล่าว เมื่อขบวนรถมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายซึ่งไม่ทราบจำนวนได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ซุกซ่อนไว้ริมถนน จนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้สะเก็ดพุ่งเข้าถูกรถหุ้มเกราะของเจ้าหน้าที่ อส. ซึ่งขับติดตามรถของนายอำเภอได้รับความเสียหาย ก่อนที่ขบวนรถทั้งหมดจะเร่งออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะการเก็บชิ้นส่วนระเบิดและวัตถุพยานต่างๆ ที่อาจมีร่องรอยดีเอ็นเอแฝง เพื่อนำไปตรวจสอบและขยายผลติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ระเบิดที่ใช้ก่อเหตุเป็นระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 15 กก. ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงเชื่อว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความพยายามสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ และมุ่งหวังลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายน่าจะมีการวางแผนและเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของนายอำเภอ เมื่อสบโอกาสจึงเตรียมการก่อเหตุ แต่โชคดีรถของนายอำเภอขับผ่านจุดระเบิดไปก่อน ทำให้ระเบิดไปถูกรถของ อส. ที่ขับตามหลัง จนทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้เสียชีวิต และไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวด พร้อมเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



